หน้า 13 สารคดีพิเศษ เล่ม
23-94
บันทึกของคนเป็นครู
(10)
ชีวิตของคนเป็นครูบางครั้งก็มีกำลังใจ
บางครั้งก็นึกท้อแท้ท้อถอยไม่แตกต่างไปจากคนอาชีพอื่น
หลายๆครั้งที่ครูตั้งใจดีหวังดีว่าจะให้ลูกศิษย์ได้ความรู้อยากให้ลูกศิษย์ดี
อยากให้ลูกศิษย์ประสบผลสำเร็จ
แต่ก็ต้องผิดหวังไม่ได้รับความร่วมมือไม่ได้รับการตอบสนองจากลูกศิษย์
แต่ก็มีบ่อยครั้งที่มีกำลังใจเพราะได้รับกำลังใจจากลูกศิษย์ลูกหาทำให้อยากคิดอยากทำต่อไป

เมื่ออาทิตย์ก่อนไปสอนปริญญาโทที่รามฯ 2 บางนา มีนักศึกษาหลายคนที่แต่งเนื้อแต่งตัวไม่เหมาะที่จะมาเรียนในระดับนี้ บอกไปเตือนไปก็ไม่ค่อยจะสนใจกันนัก
ทำให้กลับมาคิดทบทวนดูว่าที่ว่าไปเตือนไปนั้นถูกต้องไหม เพราะในสมัยนี้อะไรก็ต้องมีสิทธิเสรีภาพ แล้วการแต่งตัวที่เหมาะสมมันอยู่ตรงไหน เหมาะสมของอาจารย์กับเหมาะสมของนักศึกษาอาจจะไม่ตรงกันก็ได้ เพราะสมัยนี้การแต่งเนื้อแต่งตัวของหญิงชายวัยรุ่นก็เป็นแบบหนึ่ง ของผู้ใหญ่ก็อีกแบบหนึ่งเป็นสิ่งที่คนเป็นครูต้องนำเอาไปคิดว่าที่ตนตักเตือนนักศึกษาไปนั้นเหมาะสมหรือไม่เพียงใด ไม่ใช่ว่านึกอยากจะดุจะว่าอะไรก็ทำ
แต่หลังจากกลับมาคิดทบทวนดูแล้วก็ยังเชื่อว่าคำบอกเล่าตักเตือนนักศึกษาไปนั้นไม่ผิดแน่ อย่างไรก็ตามขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยยังมี ระเบียบของมหาวิทยาลัยก็มีอย่างน้อยควรจะต้องมีกฎมีเกณฑ์บ้างไม่ใช่ทำอะไรตามใจฉัน
หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยก็คือ การรักษาและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ดังนั้นการที่อบรมสั่งสอนให้นักศึกษาเคารพกฎเกณฑ์ของสังคมคงไม่ผิด
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยต้องเป็นหนี้เป็นสินของต่างชาติก็เพราะวัฒนธรรมหลายอย่างของเราถูกทำลาย เนื่องมาจากคนไทยขาดการอบรมสั่งสอนให้รู้จักรักษาวัฒนธรรม หรือเคารพกฎกติกาของสังคม แต่มักจะชอบพูดกันว่า ทำอะไรตามใจคือไทยแท้ นักศึกษาหญิงอีกจำนวนหนึ่งยังใส่เสื้อยืดรัดรูปเปิดพุงเอวลอยมาเข้าชั้นเรียนอย่างหน้าตาเฉย และอีกหลายคนใส่รองเท้าแตะมาเข้าชั้นเรียนอย่างไม่ไยดีใคร หรือบางคนก็นุ่งกางเกงสามส่วนขาลอยมาอยู่ครึ่งน่องอย่างนี้ในฐานะอาจารย์ก็บอกก็ตักเตือนไป
นักศึกษาก็ทำหน้างงและคงจะนึกในใจว่าอาจารย์เห็นท่าจะเพี้ยนแล้ว เพราะอาจารย์คนอื่นไม่เห็นเขาว่าอะไร
นักศึกษาชายก็ไม่แพ้กันใส่เสื้อยืดลอยชายใส่รองเท้าแตะ หรือบางคนก็ใส่เสื้อยืดคอกลมแล้วเอาเสื้อจั๊กเก็ตสวมทับอีกทีให้ดูเหมือนว่าจะสุภาพ
ลักษณะการแต่งเนื้อแต่งตัวแบบนี้เหมาะสมหรือไม่
ในฐานะอาจารย์ต้องตอบว่าไม่เหมาะสม เพราะนักศึกษาระดับปริญญาโททางกฎหมายนั้นควรจะต้องดูดี
ดูเหมาะสม
เป็นตัวอย่างกับคณะอื่น อีกอย่างหนึ่งคนเรียนปริญญาโท สำเร็จออกไปต้องเป็นผู้นำหรือเป็นหัวหน้าของหน่วยงาน ควรจะต้องมีระเบียบเป็นตัวอย่างของผู้ใต้บังคับบัญชาได้ แล้วเรื่องอย่างนี้ควรจะต้องตักเตือนกันให้รู้จักกาลเทศะ การแต่งเนื้อแต่งตัวบ่งบอกถึงชาติตระกูลความรู้สึกนึกคิดความรับผิดชอบ การให้เกียรติครูบาอาจารย์ และสถานที่เวลาที่จะแต่งเนื้อแต่งตัวตามสบายมีอีกมากมายที่ไม่ใช่ในชั้นเรียน
ที่เขียนเล่ามาก็เป็นส่วนหนึ่งของคนเป็นครู ที่ได้พบได้เจอในยุคนี้ลูกศิษย์ลูกหาเขาเปลี่ยนพฤติกรรมไปจากนักศึกษาในสมัยก่อนๆ ฉะนั้นครูบาอาจารย์ก็ต้องเปลี่ยนแนวความคิดตามไปบ้าง จะตึงเสียทีเดียวก็คงไม่เหมาะนัก จะหย่อนเสียทีเดียวก็เท่ากับทำร้ายสังคม นี่แหละครับความเป็นครู
การเป็นครูนอกจากจะเจอกับสิ่งที่ทำให้ท้อแท้แล้ว ก็ยังไม่เจอสิ่งที่ดี สิ่งที่เป็นกำลังใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียวอย่างเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2547 ได้รับเชิญให้ไปบรรยายสรุปวิชากฎหมายมหาชน และวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญให้กับนักศึกษากฎหมายของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่หาดใหญ่
การได้รับเชิญให้ไปบรรยายสรุปอย่างนี้ถือว่าเป็นเกียรติอย่างมาก เพราะการที่ต่างมหาวิทยาลัยจะเชิญอาจารย์ท่านใดไปสอนนั้นต้องแน่ใจว่า สอนได้และสอนดี เป็นที่ยอมรับ
การเชิญอาจารย์ต่างมหาวิทยาลัยไปสอน อาจจะได้รับเชิญเพราะความรู้จักมักคุ้นกับผู้เชิญหรือผู้มีอำนาจ หรืออาจจะเพราะมีความรู้ความสามารถก็สุดแท้แต่ หรืออาจจะทั้งสองอย่างรวมกัน
สำหรับผมนั้นเมื่อสองปีก่อนได้ไปบรรยายปริญญาโทนิติศาสตร์ให้กับนักศึกษาของรามคำแหงที่สงขลา พอดีว่าในชั้นเรียนมีอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ท่านหนึ่งเรียนอยู่ด้วยคืออาจารย์อำนวย เกิดถูกอกถูกใจการบรรยาย จึงเชิญให้ไปบรรยายสรุปตั้งแต่นักศึกษา นักศึกษารุ่นที่หนึ่งปีนี้เป็นนักศึกษารุ่นที่สาม ไปบรรยายคราวนี้อาจารย์อำนวยบอกว่า
ที่อาจารย์มาบรรยายครั้งก่อนได้ให้นักศึกษากรอกแบบสอบถามได้รับความนิยมเป็นคนแรกเลย
นี่แหละครับเท่านี้ก็ดีใจแล้ว
สำหรับปีนี้ได้บรรยายทั้งนักศึกษาปีหนึ่ง และนักศึกษาปีสอง สิ่งแรกต้องขอชมเรื่องระเบียบวินัย และการตั้งใจเรียนของนักศึกษาจัดว่าดีเยี่ยม
การแต่งกายสะอาดเรียบร้อย นักศึกษาชายนุ่งกางเกงสีเข้มใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว นักศึกษาหญิงนุ่งกระโปรงสีเข้มใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว ทุกคนตั้งอกตั้งใจเรียนดี
สอบถามจากอาจารย์อำนวยได้ความว่านักศึกษาทุกคนเป็นเด็กเรียนขยันขันแข็ง ตั้งใจเรียน
บรรยายจบผมได้ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ว่าใครมีอะไรโทร.ปรึกษาได้
ก่อนกลับเย็นวันนั้นก็ได้รับข้อความจากนักศึกษาหลายคนส่งข้อความว่า
ชอบที่อาจารย์บรรยายอยากให้อาจารย์มาบรรยายอีก
ขอให้อาจารย์เดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ
นี่แหละครับกำลังใจ
กลับมาจากหาดใหญ่แล้ว ได้รับโทรศัพท์ของนักศึกษาจากหาดใหญ่อีกหลายคนโทร.มาถามปัญหากฎหมายบ้าง ปรึกษาเรื่องคดีความของทางบ้านบ้างให้คำแนะนำไปด้วยความเต็มใจ
ดีใจที่นักศึกษายังนึกถึง
บันทึกของคนเป็นครูที่ได้บันทึกไว้นี้อยากจะบอกว่า กำลังใจของอาจารย์คือลูกศิษย์
และอยากจะบอกลูกศิษย์ว่าครูบาอาจารย์ทุกคนอยากจะเห็นลูกศิษย์ประสบผลสำเร็จ
และความสำเร็จของลูกศิษย์นั่นแหละคือความสำเร็จของครูของอาจารย์
ทุกอย่างที่ครูที่อาจารย์ให้
ให้ด้วยความรักให้ด้วยความจริงใจ
ขอให้ลูกศิษย์ทุกคนประสบผลสำเร็จ
นี่แหละครับครู
|