Transparent Political and Social Analysis
 
Latest News
ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล เล่ม 2-9 PDF Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Written by Administrator   
ะ“ั€ัƒ 20 2004 ั€., 19:01

หน้า 6 พระราชดำรัส เล่ม 2-9

 

พระราชดำรัส
พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ พระราชวังดุสิต
วันพฤหัสบดี ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐

 

                อันนี้ ก็มีอีกคนหนึ่ง. เขาจะแต่งงาน และขอกู้เงิน. นึกว่าคนนั้น เขาก็ทำงานมาดี ก็น่าจะให้ เหมือนเป็นรางวัลเขา ก็ให้เงินเขาหมื่นบาท. สมัยโน้นหมื่นบาท ไม่ใช่น้อย. หมื่นบาท เพื่อจะไปจัดงานแต่งงานของเขา. ตกลงเขาได้แต่งงาน. เขายังไม่ได้คืนเงิน ก็ไม่ค่อยถืออะไร เพราะว่าเขาแต่งงาน เขามีความสุข ก็ดีไป. เขาจะได้ทำงานได้ดี. แต่หารู้ไม่ว่า สักปีสองปีภายหลัง เขามาขอเงินสามหมื่นบาท. เลยบอก เอ๊ะ! สามหมื่นบาท ไปทำอะไร. เขาบอกว่า เมื่อแต่งงาน เงินไม่พอ เขาจึงไปกู้เงินที่อื่นมา. ใช้หนี้ไม่ได้ และต้องเสียดอกเบี้ย จนกระทั่ง เงินที่ใช้หมดแล้ว.

หน้า 6 พระราชดำรัสเล่ม2-9

 

พระราชดำรัส
พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ พระราชวังดุสิต
วันพฤหัสบดี ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐

 

                อันนี้ ก็มีอีกคนหนึ่ง. เขาจะแต่งงาน และขอกู้เงิน. นึกว่าคนนั้น เขาก็ทำงานมาดี ก็น่าจะให้ เหมือนเป็นรางวัลเขา ก็ให้เงินเขาหมื่นบาท. สมัยโน้นหมื่นบาท ไม่ใช่น้อย. หมื่นบาท เพื่อจะไปจัดงานแต่งงานของเขา. ตกลงเขาได้แต่งงาน. เขายังไม่ได้คืนเงิน ก็ไม่ค่อยถืออะไร เพราะว่าเขาแต่งงาน เขามีความสุข ก็ดีไป. เขาจะได้ทำงานได้ดี. แต่หารู้ไม่ว่า สักปีสองปีภายหลัง เขามาขอเงินสามหมื่นบาท. เลยบอก เอ๊ะ! สามหมื่นบาท ไปทำอะไร. เขาบอกว่า เมื่อแต่งงาน เงินไม่พอ เขาจึงไปกู้เงินที่อื่นมา. ใช้หนี้ไม่ได้ และต้องเสียดอกเบี้ย จนกระทั่ง เงินที่ใช้หมดแล้ว.

ต้องใช้ดอกเบี้ย จำนวนทั้งหมด ทั้งต้น และดอกนั้น ก็คือสามหมื่นบาท ไม่นับเงิน หนึ่งหมื่นบาท ที่เราให้เขาไปแล้ว. หมายความว่า ไปติดหนี้นุงนัง หนี้ที่ไม่สามารถ ที่จะใช้คืนได้. เลยไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะได้ความว่า ถ้าไม่ได้อย่างนี้ เขาจะฆ่าตัวตาม เพราะไม่มีทางออก. เงินเดือนเขาก็ไม่พอ ที่จะไปใช้หนี้. ดอกเบี้ย ก็จะเพิ่มขึ้นทุกที. ทุกครั้ง ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ก็ต้องติด อีกต่อไป ทบต้น. ก็เลยเห็นว่า เมื่อครั้งแรก เขาขอยืมเงิน สำหรับแต่งงาน น่าจะมีความสุข กลับมีความทุกข์. ก็เลยคิดว่าไหนๆ ให้ไปหมื่นบาทแล้ว ก็ควรให้ครบ ที่จะไปใช้หนี้ได้. ลงท้าย เขาก็สามารถ มีชีวิตต่อไป และทำงานได้. แต่คงเป็นบทเรียนที่ดี. อันนี้ ก็หมายความว่า เขาขอเรา เราก็ให้ เราก็ได้ ช่วยชีวิตเขา.

มีอีกรายหนึ่งมา เป็นคนข้างนอก เขามาบอกว่า ลูกของเขาเจ็บตา ถ้าไม่ทำอะไร ตาจะบอด เราก็สงสารเขา ก็ให้เงินเขา สามหมื่นบาทเหมือนกัน. ลงท้ายก็ไม่ทราบว่า ลูกเขาได้ไปผ่าตัดตา ได้ผลดีอย่างไร. แต่วันหนึ่ง ก็โผล่มาอีกที บอกว่าเรียบร้อยแล้ว ลูกนั้นเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ขอบ้าน ขอบ้านอยู่. แล้วเขาก็ไปสืบเสร็จว่า บ้านนั้นว่างแล้ว. ขออยู่ฟรี ก็เลยเลิกเลย เพราะว่าเขา ควรจะมีฐานะ พอสมควร ที่จะ มีบ้านอยู่. บ้านที่ขอนี้ เป็นบ้านที่ นับว่าใหญ่. ถ้าให้บ้านตามที่เขาขอ เขาก็จะต้องมาขอ ค่าใช้จ่าย สำหรับในบ้านอีก. เมื่อบ้านใหญ่ ก็คงมีญาติ มีเพื่อน มาอาศัยบ้านอีกที ก็ต้องเสียเงินอีก เลยบอกไม่ให้. ที่พูดไม่ให้นั้น ก็เรียกว่า มีความเดือดร้อนเหมือนกัน ที่จะพูดอย่างนั้น เพราะว่า จะว่าสงสาร ก็สงสาร. เวลาใครมาขออะไร แล้วไม่สามารถที่จะให้ มันก็ไม่ค่อยสบายใจ. ในที่สุดก็เงียบไป. เรื่องเหล่านี้ ที่เล่าให้ฟัง ก็เพราะว่า มันเป็นต้นเหตุของ วิกฤตการณ์ปัจจุบัน.

ต้องเล่านิทาน อีกเรื่องหนึ่ง. คือ ไปทางชลบุรี ครั้งหนึ่ง นี่ก็ หลายสิบปีมาแล้ว. มีพ่อค้าคนหนึ่ง เขาบอกว่า เขาทำโรงงาน สำหรับทำ สับปะรดกระป๋อง. เขาลงทุนเป็นล้าน จำไม่ได้แล้ว กี่ล้าน เพื่อสร้างโรงงาน. การลงทุนมากอย่างนั้น บอกให้เขาทราบว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย. เพราะว่าเคยทำ โรงงานเล็กๆ ที่ทางภาคเหนือ ใช้เงินสามแสนบาท เพื่อที่จะเอาผลิตผล ของชาวบ้านชาว เขามาใส่กระป๋อง แล้วขาย ก็ได้ผล. เป็นโรงงานเล็กๆ. บอกว่า ที่เขาลงทุนเป็นล้าน รู้สึกว่าเสี่ยง. เขาบอกว่า ต้องทำอย่างนั้น เขาก็ลงทุน. ทำไปทำมา สับปะรดที่ อำเภอบ้านบึง ทางชลบุรี ก็มีไม่พอ. เมื่อมีไม่พอ ต้องไปสั่งสับปะรด มาจากปราณบุรี. สับปะรดจากปราณบุรี ต้องขนส่งมา ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก. ทำไปทำมา โรงงานก็ล้ม. อย่างนี้ ก็แสดงให้เห็นว่า ทำโครงการอะไร ก็จะต้อง นึกถึงขนาดที่เหมาะสม กับที่เรียกว่า อัตภาพ หรือกับสิ่งแวดล้อม.

นี่พูดไปพูดมา ยังมีอีกรายการหนึ่ง. ที่ลำพูน มีการตั้งโรงงาน สำหรับแช่แข็งผลผลิต ของชาวไร่. ได้ไปเยี่ยม เขาบ่นว่า ข้าวโพดที่เขาใช้ สำหรับแช่แข็ง คุณภาพไม่ค่อยดี ก็เลยซื้อ ในราคาแพงไม่ได้. ตอนนั้น ก็ยังไม่ทราบว่า เขาจะมีอันเป็นไปอย่างไร. ก็บอกเขาว่า นี่น่าจะส่งเสริม ด้านการเงิน ให้เกษตรกร ที่ปลูกข้าวโพด ให้ได้ข้าวโพด ที่มีคุณภาพดี โรงงานจะเจริญ. เขาบอกให้ไม่ได้ เพราะว่าคุณภาพไม่ดี. อันนี้ก็ เป็นปัญหาโลกแตก ถ้าไม่ให้ ราคาดี หรือไม่สนับสนุนเกษตรกร ในการเพาะปลูก ก็จะไม่ได้ รับประโยชน์ จะไม่ได้คุณภาพ จะได้ข้าวโพด ที่ฟันหลอ ซึ่งเขาก็บอกว่า ต้องทิ้ง เพราะว่าเครื่องจักรของเขา ต้องมีข้าวโพด ที่ขนาดเหมาะสม. อย่างนี้โรงงานนั้น - ความจริง ไม่ได้แช่งเขา - แต่นึกในใจว่า โรงงานนี้อยู่ไม่ได้. แล้วในที่สุดก็จริงๆ ก็ล้ม. อาคารอะไรต่างๆ ก็ยังอยู่เดี๋ยวนี้ แต่ไม่มีใคร เป็นเจ้าของ เกะกะอยู่.

 

<Previous   Next>
 
up
หน้าแรก | News | พระราชดำรัส | ที่นี่พญาครุฑ | ยืนข้างความถูกต้อง | คิดไทย เขียนไทย | หมาเฝ้าบ้าน | เศรษฐกิจ | รายงาน | ภาษาของเรา | ศิลปวัฒนธรรม | รักเธอประเทศไทย | สำนักงานกฎหมาย | ตาต่อตา | ยำตำรวจ | ภูธรนครบาล | โฟกัสประเทศไทย | ตอบจดหมาย | สารคดีพิเศษ | ฮ.นิกฮูกี้ | เวทีทรรศน์ | วิพากษ์การเมือง | คนจริง… แผ่นดินไทย | เปิดกรุพระดี | แฟ้มโปลิศ | ยำรวมมิตร | หากข้าพเจ้าเป็นใหญ่ในแผ่นดิน | กลอน | สมุนไพร | คราบคน | รวมเว็บน่าสนใจ | ติดต่อเรา |
up
   
HOME CONTACTS LINKS