|
Written by Administrator
|
|
ะะพะฒ 15 2004 ั., 18:15 |
ทักษิณ ให้อิสระสื่อ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ กล่าวเปิดงานฉลองครบรอบ 50 ปี รวมพลคนข่าว ว่า...
รัฐบาลและสื่อมวลชนมีหน้าที่ที่ต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือเป้าหมายเพื่อความก้าวหน้าของประเทศ และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน ในเมื่อมีเป้าหมายเดียวกัน อะไรที่เราพึงจะสนับสนุนกันได้โดยไม่ก้าวก่ายกัน เราจะเคารพในอิสระการทำหน้าที่ซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งที่สังคมไทยกำลังต้องการ
ท่านทั้งหลายที่อยู่ในวงการนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ ที่มีการก่อตั้งมา 50 ปีแล้วนั้น ถึงแม้ว่าจะมีอายุน้อยกว่าผม 5 ปี แต่ไม่ได้หมายความว่าผมอาวุโสกว่า เพราะจริงๆแล้วการตั้งมา 50 ปี เท่ากับมี 2 เจเนอร์เรชั่น ซึ่ง 1 เจเนอร์เรชั่นก็ประมาณ 25 ปี ถือว่าอาวุโสมาก แต่สิ่งที่ผมอยากจะเห็นมากกว่านี้ และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุน เพราะว่าเราเข้าสู่ยุคสังคมฐานความรู้ นั่นคือว่าทุกองค์กรต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่มีองค์กรไหนที่รู้เท่าทันและแข่งขันได้ โดยไม่มีการเรียนรู้ เรียกว่าเราต้องการเป็นออร์แกนไนเซชั่นดั้งเดิม ประเทศไทยต้องเป็นเนชั่นดั้งเดิมเช่นกัน แต่เนื่องจากว่าบางครั้งองค์กรสื่อเป็นองค์กรธุรกิจ มีขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้าง ขนาดเล็กก็อาจจะกำลังไม่พอ ขนาดใหญ่ก็อาจจะกำลังพอ
ในเมื่อผมบอกไว้ว่าเรามีเป้าหมายเดียวกัน คือความเจริญก้าวหน้าของประเทศ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน เพราะฉะนั้นผมขอปวารณาว่า รัฐบาลจะยังคงเคารพในความเป็นอิสระของสื่อ และอยากสนับสนุนให้สื่อได้ทำงานอย่างสร้างสรรค์ ด้วยความรอบรู้ที่นับวันจะต้องพัฒนาให้สูงขึ้น เพราะท่านมีหน้าที่สื่อความรู้ให้ประชาชนได้ดีที่สุด สังคมไทยเป็นสังคมที่อ่านน้อย แต่หนังสือพิมพ์เป็นสื่อที่สังคมอ่าน ทีวีเป็นสื่อที่สังคมฟัง ถ้าหากเรานำเสนอสิ่งที่เป็นการ เพิ่มพูนปัญญากับสังคม จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ผมยินดีที่จะให้การสนับสนุน โดยไม่ไปกระทบกับความเป็นอิสระของท่าน การมีระบบฐานข้อมูลที่ดี การมีการพัฒนาการเข้าสู่ความรับรู้ ในเรื่องความเป็นไปของสังคมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากคุณต้องการให้ผมโดยรัฐบาลสนับสนุนเรื่องการสร้างระบบดาต้าเบส ของวงการข่าวสนับสนุนการพัฒนาความรู้ ของวงการสื่อให้ทันเทคโนโลยีใหม่ๆ ทันกฎหมายที่กำลังปฏิรูป วันนี้การปฏิรูปของประเทศไทยนั้น ได้ดำเนินการไปหลายอย่างแล้ว ถึงแม้ว่าหลายอย่างยังไม่สำเร็จ แต่ก็เป็นกระบวนการที่เข้าสู่การปฏิรูป ไม่ว่าจะปฏิรูปการเมือง การศึกษา ระบบราชการ ระบบเศรษฐกิจและการเงิน สิ่งที่กำลังจะทำต่อไปก็คือการปฏิรูปกฎหมาย เนื่องจากกระบวนทัศน์ในความคิดได้เปลี่ยนไป หรือเราเรียกกันว่า พาราดามชิพ มันหล่นตรงหน้าตักประเทศไทย ที่ปรับตัวเองไม่ทัน จึงได้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ 1997 ขึ้น แต่วันนี้เรากำลังจะปรับกระบวนทัศน์ในความคิดเพื่อตามให้ทัน เพื่อยืนให้มั่นคง ทุกฝ่ายโดยเฉพาะฝ่ายที่เสนอความรู้ให้กับประชาชนนั้น เป็นสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนาสู่ความรู้ใหม่ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าสื่อเราไม่เก่ง สื่อเรานั้นเก่งมากๆในหลายส่วน แน่นอนว่าคนตัวเล็กๆ จะต้องการการประคับประคอง เพื่อเตรียมทั้งระบบ เพราะฉะนั้นขอเสนอตัวเอง แต่ขอยืนยันว่าความเป็นอิสระและไม่ก้าวก่าย ยังคงเคารพต่อไป พร้อมที่จะให้การสนับสนุนเพื่อเราทั้งสอง รัฐบาลและสื่อซึ่งต่างคนต่างหน้าที่ แต่มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือชาติและประชาชน
ถ้าเราตระหนักว่า เรามีเป้าหมายเดียวกันเพื่อชาติและประชาชน และแบ่งหน้าที่กันทำอย่างอิสระ อะไรที่จะสนับสนุนกันได้ในการทำหน้าที่ซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่วิเศษสุด ที่ผมพร้อมปวารณาในการสนับสนุน ถ้าท่านคิดว่าจะทำให้เสียอิสระนั้นก็ไม่เป็นอะไร แต่ขอให้รู้ว่าผมอยากเห็นผู้คนในประเทศไทย ได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนตรงไปตรงมาบนพื้นฐานแห่งความจริง และวิจารณญาณทั้งหมดเป็นเรื่องของประชาชน ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เข้าไปก้าวก่าย เพราะสังคมขาดความรู้ เราต้องการเห็นประชาชนรู้จริง อยากให้ประชาชนได้รู้มาก รู้อย่างกว้างขวาง นั่นคือการเตรียมตัวประชากรของเรา เพื่อให้รองรับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่เราเรียกว่าโลกาภิวัตน์ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ประชาชนคนไทย สามารถดูโทรทัศน์ของทุกประเทศทั่วโลก ได้พร้อมๆกับคนในประเทศนั้นๆ วันนี้ทุกอย่างต้องอยู่บนโลกของความเป็นจริง ไม่มีใครที่จะชี้นำในทางที่ผิดได้ เพราะข้อมูลมาหาประชาชน เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปการปฏิรูปทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และกำลังจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือการปฏิรูปกฎหมายเพื่อรองรับพาราดามชิพ กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมพร้อมจะรับข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำจากสมาคมฯ จากคนวงการข่าว และเช่นเดียวกันพร้อมจะให้การสนับสนุน ด้วยจิตบริสุทธิ์ที่จะทำให้ประเทศนี้เจริญก้าวหน้า วันนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ ทุกคนภาคภูมิในและได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ผมขอให้สิ่งนี้เป็นฐานที่ดีสำหรับการที่ท่านจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 หรือเรียกได้ว่าเป็นการเข้าสู่ช่วงเจเนอร์เรชั่นที่ 3
ไม่ต้องคิดอะไรมาก ดูอย่างเช่น ประชา เหตระกูล ก็เป็นเจเนอร์เนชั่นที่ 2 และเมื่อวางมือ เจเนอร์เรชั่นที่ 3 ก็เริ่มเข้ามารับช่วงแล้ว แสดงให้เห็นว่าสมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์ว่า 50 ปีครบแล้ว ก็คือ 2 เจเนอร์เรชั่น เจเนอร์เรชั่นที่ 3 กำลังอยู่ระหว่างการเรียนรู้และพร้อมที่จะรับ ซึ่งเป็นความชัดเจนของสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเราอยากเห็นความเข้มแข็งอย่างนี้
|
|
Last Updated ( ะะพะฒ 15 2004 ั., 18:16 )
|