หน้า 8 คิดไทย เขียนไทยเล่ม23-84
เกิดมาแล้วชาติหนึ่ง
เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่าน ผมไปกรุงเทพฯไปหาลูก แล้วพอดีทราบข่าวว่า ทาง กทม.ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานที่วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เขตปทุมวัน ถือเป็นโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งของชีวิต ในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง จึงเดินทางไปกราบบูชาโดยไม่รอช้า
พระบรมสารีริกธาตุสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ ท่านเจ้าคุณพระมงคลวัฒนคุณ หัวหน้าคณะสงฆ์ฝ่ายไทย ได้รับมอบจาก สมเด็จพระสังฆราชนิกายสยามวงศ์ ประเทศศรีลังกา จากวัดศรีเวฬุวนารามยะเมืองมาธเล พร้อมกับกิ่งพระศรีมหาโพธิ์ อายุกว่า 2,300 ปี ซึ่งเป็นกิ่งตอนจากพระศรีมหาโพธิ์ต้นแรกอันเป็นที่ประทับบำเพ็ญภาวนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนกระทั่งทรงบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ โดยเมื่อแรกนั้นพระนางสังฆมิตตาเถรี ได้อัญเชิญมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย มาปลูกที่ศรีลังกา
หน้า 8 คิดไทย เขียนไทยเล่ม23-84
เกิดมาแล้วชาติหนึ่ง
เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่าน ผมไปกรุงเทพฯไปหาลูก แล้วพอดีทราบข่าวว่า ทาง กทม.ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานที่วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เขตปทุมวัน ถือเป็นโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งของชีวิต ในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง จึงเดินทางไปกราบบูชาโดยไม่รอช้า
พระบรมสารีริกธาตุสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ ท่านเจ้าคุณพระมงคลวัฒนคุณ หัวหน้าคณะสงฆ์ฝ่ายไทย ได้รับมอบจาก สมเด็จพระสังฆราชนิกายสยามวงศ์ ประเทศศรีลังกา จากวัดศรีเวฬุวนารามยะเมืองมาธเล พร้อมกับกิ่งพระศรีมหาโพธิ์ อายุกว่า 2,300 ปี ซึ่งเป็นกิ่งตอนจากพระศรีมหาโพธิ์ต้นแรกอันเป็นที่ประทับบำเพ็ญภาวนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนกระทั่งทรงบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ โดยเมื่อแรกนั้นพระนางสังฆมิตตาเถรี ได้อัญเชิญมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย มาปลูกที่ศรีลังกา
แต่เดิมต้นพระศรีมหาโพธิ์ มีชื่อตามภาษาพื้นเมืองว่า ต้นปีบปัน ซึ่งเป็นภาษาที่ชาวบ้านเรียกกัน ถ้าเป็นภาษาหนังสือจะเรียกว่า ต้นอัสสัตถะ หรือ อัสสัตถพฤกษ์ ต่อเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วจึงเรียกว่า โพธิ์ แปลว่า ต้นไม้อันเป็นที่อาศัยตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ตำนานว่า ต้นไม้นี้เกิดขึ้นมาพร้อมๆกับที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ
ตามพระพุทธประวัติ สมเด็จพระมหาบุรุษทรงรับข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดา แล้วเสด็จไปยังริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เสด็จลงสรงน้ำแล้วจึงเสวยข้าวมธุปายาส จากนั้นทรงลอยถาดข้าว อธิษฐานว่า ถ้าจะได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ขอให้ถาดลอยทวนกระแสน้ำ เมื่อทรงปล่อยพระหัตถ์ ถาดก็ลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป ถึงวังน้ำวนจึงจมดิ่งลงไปยังใต้บาดาลอันเป็นที่อยู่ของ กาฬนาคราช กระทบกับถาดสามใบของพระพุทธเจ้าในอดีตกาลที่จมอยู่ในบริเวณนั้น
กาฬนาคราชนอนหลับอยู่ใต้บาดาล ตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าองค์แรกและจะตื่นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงถาดซึ่งทำให้ได้รู้ว่า พระพุทธเจ้าพระองค์ใหม่ได้อุบัติขึ้นในโลกแล้ว เมื่อถาดของพระมหาบุรุษลอยทวนน้ำมาจมลงกระทบถาดสามใบเดิม กาฬนาคราชก็งัวเงียขึ้นมากล่าวว่า เมื่อวานนี้พระชินสีห์ (พระกัสสปพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่สาม) อุบัติขึ้นในโลก แล้วมาบังเกิดซ้ำอีกพระองค์หนึ่ง หรือ ก็ตื่นขึ้นมาบูชาพระพุทธเจ้าองค์ใหม่แล้วก็หลับใหลต่อไป
สมเด็จพระมหาบุรุษ เสร็จจากลอยถาดอธิษฐานแล้ว จึงเสด็จไปยังต้นพระศรีมหาโพธิ์ ระหว่างทางมีพราหมณ์ชื่อโสตถิยะ ถือหญ้าคามา 8 กำถวายให้พระองค์ทรงรับไปปูเป็นอาสนะสำหรับประทับนั่งยังใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทรงตั้งพระทัยเป็นสัจจะว่า หากยังไม่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณตราบใด จักไม่ยอมลุกขึ้นตราบนั้น แม้ว่าเนื้อและเลือดจะเหือดหายไปเหลือแต่หนังเอ็นและกระดูกก็ตาม
จากพระพุทธประวัติ เมื่อพระมหาบุรุษทรงชนะมาร อันหมายถึงกิเลสในพระทัย อันได้แก่ความห่วงคือความหลังที่ยังทรงระลึกถึงความสุขในราชสมบัติและบ้านเมือง เป็นอาทิ แล้วในที่สุดพระองค์ก็ชนะได้ด้วยพระมหาบารมีที่ได้ทรงบำเพ็ญมา
วันนั้นพระอาทิตย์กำลังอัศดง ราตรีคลี่ม่านดำปกคลุมทั่วทุกแห่งหนบริเวณ พระมหาบุรุษทรงบำเพ็ญสมาธิ พระจันทร์เต็มดวงขึ้นทอแสงสว่างกระจ่างนวล ประมาณสามทุ่มก็ทรงบรรลุ บุพเพนิวาสานุสติญาณ ความกระจ่างรู้แจ้งแห่งอดีตชาติเจิดจ้าดั่งดวงจันทร์ ครั้นถึงประมาณเที่ยงคืนทรงบรรลุญาณที่สอง จุตูปปาตญาณ ความรู้แจ้งถึงจุติ คือการดับและการเกิดของสัตว์โลกและความแตกต่างที่เรียกกันว่า กรรม ตราบกระทั่งปัจฉิมยาม ทรงบรรลุญาณที่สามคือ อาสวักขยญาณ คือ ความรู้แจ้งถึงความสิ้นไปของกิเลสและอริยสัจ คือ ความทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์ ความดับทุกข์และมรรควิธีแห่งการดับทุกข์
คืนนั้นตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 โลกได้ปรากฏ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า อันหมายถึง พระผู้ซึ่งตรัสรู้ธรรมอันเป็นเครื่องหลุดพ้นจากกิเลส โดยชอบด้วยพระองค์เอง และในวันอันสำคัญยิ่งของชาวพุทธนี้เอง องค์การสหประชาชาติ โดยวาระการประชุมที่ 174 ได้ให้การรับรองว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากล เนื่องจากเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนาทั่วโลก ซึ่งตรงกับวันที่พระพุทธเจ้า ประสูติตรัสรู้และปรินิพพาน
เดือนมิถุนายนปีนี้ วันวิสาขบูชาตรงกับวันที่ 2 มีปรากฏการณ์พิศดารที่จังหวัดปัตตานีคือการเวียนเทียนบูชาวันวิสาขะกันกลางวันแสกๆ และที่กรุงเทพมหานคร โรงหนังในกรุงเปิดฉายหนังรอบแรกเรื่องของพ่อมดหนุ่ม แฮร์รี่ พอตเตอร์ ปรากฏว่าผู้คนแห่กันไปเบียดเสียดยัดเยียดกันเข้าชมจนแน่นขนัด รถราที่ผ่านบริเวณหน้าโรงหนังติดยาว ผู้คนแตกตื่นกับหนังจนพากันลืมไปว่า วันนั้นคือวันวิสาขบูชา วันที่ชาวพุทธควรจะมุ่งปฏิบัติบูชาพระผู้ชี้ทางดับทุกข์ให้แก่ชาวโลกเหนือสิ่งอื่นใด
หากท่านที่นับถือจะย้อนกลับไปอ่านตอนที่ผมได้กล่าวถึงพระมหาบุรุษทรงลอยถาดอธิษฐานแล้วไปจมที่ใต้บาดาลให้กาฬนาคราชได้รู้สึกนั้น ท่านได้บรรยายไว้เป็นปุคคลาธิษฐาน แต่ถ้าจะคิดเป็นธรรมาธิษฐานแล้วก็จะได้ความหมายที่น่าสนใจยิ่งกว่า ถาดนั้นก็คือพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม่น้ำเนรัญชราคือโลกหรือคนในโลก คำสอนหรือพระพุทธศาสนาที่ลอยทวนกระแสน้ำก็คือการประพฤติปฏิบัติตามคำสอนอันสุดวิเศษ เพื่อทวนกระแสโลกไปสู่ความพ้นทุกข์ พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ส่วนพญานาคใต้บาดาลที่หลับตลอดคือสัตว์โลกผู้มากด้วยกิเลส แม้ว่าโลกจะมีพระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้น ก็เพียงได้รับรู้ว่าคือพระพุทธเจ้า แล้วก็หลับใหลต่อไปด้วยอำนาจมาร หรืออำนาจแห่งกิเลสนั่นเอง
พระบรมสารีริกธาตุนี้ทางประเทศศรีลังกามีอยู่ 4 องค์ พระปิยรัตน พระศิษย์วัดเวฬุวนารามยะ ผู้เคยมาเป็นศิษย์ของหลวงปู่จันทร์แรม (อายุ 90 ปี) แห่งวัดเกาะแก้วธุดงคสถาน จ.บุรีรัมย์ ได้ขอพระบรมสารีริกธาตุ มาให้ชาวไทยได้กราบบูชา 1 องค์ ซึ่งจะนำไปประดิษฐานไว้ที่พระศรีเจดีย์บุรีมณียสถาน วัดเกาะแก้ว หลังจากอัญเชิญมาฉลองสมโภชที่วัดปทุมวนารามครบ 73 วัน เพื่อเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ |