หน้า 8 คิดไทย เขียนไทยเล่ม23-83
ทักษิณผู้อหังการ
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีบทบัญญัติว่าด้วยนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยกำหนดกรอบไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อกลุ่มใดคณะใดก็ตามที่ได้เข้ามามีอำนาจบริหารประเทศต้องดำเนินนโยบายพื้นฐานในกรอบกำหนดนี้ ถือเป็นหลักการสำคัญซึ่งมีทั้งหมดห้าด้านด้วยกัน
ด้านแรก คือความมั่นคงของชาติ รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช และบูรณภาพแห่งอาณาเขต ดังนั้นที่มีไอ้พวกบ้าบอคอแตกคิดจะแบ่งแยกดินแดน หรือคิดจะมาเจรจาขอแบ่งแยกดินแดนหรือขอปกครองตนเอง ย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด อย่างที่คุณทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีด่ากราดว่า ทะลึ่ง
แม้แต่นิ้วเดียวก็ไม่ยอม จึงเป็นเรื่องที่สร้างความพึงพอใจให้มวลประชาชนผู้รักชาติเป็นอย่างยิ่ง
หน้า 8 คิดไทย เขียนไทยเล่ม23-83
ทักษิณผู้อหังการ
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีบทบัญญัติว่าด้วยนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยกำหนดกรอบไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อกลุ่มใดคณะใดก็ตามที่ได้เข้ามามีอำนาจบริหารประเทศต้องดำเนินนโยบายพื้นฐานในกรอบกำหนดนี้ ถือเป็นหลักการสำคัญซึ่งมีทั้งหมดห้าด้านด้วยกัน
ด้านแรก คือความมั่นคงของชาติ รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช และบูรณภาพแห่งอาณาเขต ดังนั้นที่มีไอ้พวกบ้าบอคอแตกคิดจะแบ่งแยกดินแดน หรือคิดจะมาเจรจาขอแบ่งแยกดินแดนหรือขอปกครองตนเอง ย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด อย่างที่คุณทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีด่ากราดว่า ทะลึ่ง
แม้แต่นิ้วเดียวก็ไม่ยอม จึงเป็นเรื่องที่สร้างความพึงพอใจให้มวลประชาชนผู้รักชาติเป็นอย่างยิ่ง
ด้านต่อมาคือ การบริหารและการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน กำหนดให้รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคล อำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนอย่างเท่าเทียมและรวดเร็ว หมายความว่ารัฐจะปล่อยให้เกิดกรณีการอุ้มฆ่า การใช้อำนาจมืด ละเมิดกฎหมายมิได้
ด้านที่สามคือ การเมือง การปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตย รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย และการตัดสินใจใดๆที่อยู่ภายใต้อำนาจทางการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบอำนาจรัฐทั้งนี้ เพื่อมิให้เกิดกรณี รัฐคือข้า ที่ผู้ครองอำนาจรัฐจะใช้อำนาจตามอำเภอใจโดยไม่สนใจเสียงประชาชน
แนวนโยบายพื้นฐานด้านที่สี่ เกี่ยวกับศาสนา สังคม การศึกษา และการสาธารณสุข รัฐต้องอุปถัมภ์ คุ้มครองพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่นสนับสนุนการนำหลักธรรมของศาสนามาใช้ เพื่อให้เกิดคุณธรรมในการดำเนินชีวิต ไอ้ที่พยายามสร้างเงื่อนไขให้เกิดสงครามศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นรัฐต้องจัดการแก้ไขให้ลุล่วงไปโดยเร็ว และรัฐย่อมไม่บังควรชี้นำเส้นทางอบายมุข ดังที่กลไกของรัฐกำลังพยายามทำกันอยู่อย่างมุ่งมั่น อันเป็นการขัดแย้งอย่างยิ่งกับหลักธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
รัฐต้องคุ้มครอง พัฒนาเด็ก เยาวชน ส่งเสริมความเสมอภาคของชายหญิง สงเคราะห์คนชรา ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ต้องจัดการศึกษาอบรม ให้มีการศึกษาหลักสูตรพื้นฐาน ไม่น้อยกว่า 12 ปี อย่างมีคุณภาพ มีมาตรฐานและไม่เก็บค่าใช้จ่าย มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาแห่งชาติ มีจิตสำนึกที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตย ต้องส่งเสริมให้คนในชาติได้รับบริการทางสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเสมอหน้ากัน
แนวนโยบายพื้นฐานด้านสุดท้าย คือ ด้านเศรษฐกิจ รัฐต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจเสรี มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ป้องกันการผูกขาด ตัดตอนทั้งทางตรงและทางอ้อม ต้องไม่ประกอบกิจการแข่งขันกับเอกชน และให้มีสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเพื่อให้คำแนะนำในเรื่องดังกล่าว
คณะรัฐมนตรีก่อนจะบริหารราชการแผ่นดิน ต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ชี้แจงว่าจะบริหารราชการแผ่นดินตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และต้องทำรายงานแสดงผลการดำเนินการ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรค เสนอรัฐสภาปีละหนึ่งครั้ง
เจตนาที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ให้คณะรัฐมนตรีต้องแถลงผลการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เพื่อให้สมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายค้านและประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่า รัฐบาลได้ดำเนินการครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญอันว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐแค่ไหน เพียงใด และมีปัญหา อุปสรรคอะไรจะได้นำมาช่วยกันแก้ไข
สำหรับการแถลงผลงานของคณะรัฐมนตรีในปีที่ 3 ก็เกิดเรื่องพิสดารในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากหัวหน้ารัฐบาลไม่ยอมแถลงผลงานด้วยวาจา หากแต่ส่งเป็นเอกสารให้ไปอ่านกันเอาเอง
เมื่อให้ไปอ่านกันเอาเองก็เป็นอันว่า ประชาชนที่เฝ้ารอชมรอฟังผลงานรัฐบาลที่หัวหน้ารัฐบาลควรจะสรุปแถลงให้ทราบ เพราะมีการถ่ายทอดโทรทัศน์กัน ก็ไม่มีโอกาสทราบว่าคณะรัฐมนตรีได้ทำอะไรไปแค่ไหนเพียงใด
การแถลงผลงานรัฐบาลในคราวนั้น กลายเป็นเรื่องเล่นเกมภายในสภาฯเพื่อที่จะเอารัดเอาเปรียบกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน จนในที่สุดก็เกิดการวอร์คเอ้าท์ของฝ่ายค้าน
แต่กับการแถลงผลงานของรัฐบาลต่อวุฒิสภา คุณทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกลับมายืนแถลงด้วยตนเอง
แบบนี้หมายความว่าอย่างไร ?
หมายความว่าคุณทักษิณ ไม่สนใจสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร !
ไม่เหยียดหยามก็เหมือนเหยียดหยาม และเมื่อย้อนไปดูพฤติกรรมที่ผ่านมาของคุณทักษิณ เองก็จะเห็นว่า เขาไม่เคยสนใจที่จะเข้าร่วมประชุมสภาฯ แม้กระทั่งนัดสำคัญก็จะมาเพียงฉาบฉวย
เกี่ยวกับการประชุมสภาฯนั้น อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยท่านหนึ่ง ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นเสาหลักประชาธิปไตย คือ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยกล่าวถึงหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตยไว้ว่า ต้องมีหน้าที่ไปประชุมสภาฯ เพื่อให้เกียรติสภา เพราะสภาฯคือตัวแทนของประชาชน ต้องไปรับรู้รับฟังปัญหาของประชาชนในสภาฯ
แต่คุณทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันปฏิบัติตนผิดเพี้ยนไปจากแนวคิดของเสาหลักประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง !
เพราะแนวคิดของเขานั้น ประชาธิปไตย คือ เครื่องมือเพื่อให้เขาก้าวไปสู่อำนาจสูงสุด ก้าวไปสู่อำนาจรัฐ และใช้อำนาจรัฐในหลายโอกาสอย่างคาบลูกคาบดอก โดยมีพ่อมดรัฐธรรมนูญหลายต่อหลายคน ที่ถูกเขาซื้อมาเป็นเครื่องมือ ชี้ทางไต่เส้นรัฐธรรมนูญอย่างไม่เกรงอำนาจประชาชน !
|