Transparent Political and Social Analysis
 
Latest News
การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ PDF Print E-mail
User Rating: / 1
PoorBest 
Written by Administrator   
ะ“ั€ัƒ 19 2004 ั€., 21:14

หน้า 8 คิดไทย เขียนไทยเล่ม23-82


การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

 

            อำนาจรัฐคืออำนาจประชาชน นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนกลุ่มใดคณะใดมีเสียงข้างมาก ก็จะได้ใช้อำนาจของประชาชนในการบริหารประเทศ แต่การบริหารประเทศเพียงลำพังของนักการเมืองฝ่ายเสียงข้างมากที่ถูกกำหนดว่าเป็นรัฐบาล ก็อาจจะเกิดปัญหาการใช้อำนาจประชาชนไปในทางที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม อย่างเช่น แทนที่จะใช้อำนาจของประชาชนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน กลับกลายเป็นการใช้อำนาจของประชาชนเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องบริวาร เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือทุจริตเชิงนโยบายด้วยเหตุนั้น อำนาจรัฐจึงต้องมีการตรวจสอบ

            รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พยายามสร้างอำนาจการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของฝ่ายรัฐบาลหลายประการเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน ดังจะเห็นว่ามีองค์กรต่างๆเพิ่มขึ้นเพื่อตรวจสอบ เช่น วุฒิสภา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง เป็นต้น

            การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่เราจะเห็นบทบาทชัดเจนนอกจากที่กล่าวข้างต้นก็คือ การตรวจสอบโดยนักการเมืองอีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ที่เราเรียกกันว่า ฝ่ายค้าน ซึ่งรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล

            เป็นที่น่าเสียดายว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสร้างบทบัญญัติที่เป็นห่วงเป็นใยตัวผู้นำประเทศไว้มากเกินไป โดยต้องมีเสียงขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ไม่น้อยกว่าสองในห้าของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ซึ่งในปัจจุบันเสียงของสมาชิกฝ่ายค้านไม่เพียงพอที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพราะมีเสียงไม่ถึง 200 เสียง จะทำได้ก็เพียงขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเท่านั้น เพราะใช้เสียงเพียงหนึ่งในห้าคือ 100 เสียง

          การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องใหญ่ เพราะจะครอบคลุมไปถึงคณะรัฐมนตรีทั้งคณะด้วย จากเงื่อนไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นเอง จึงทำให้พรรคไทยรักไทยที่เป็นพรรคแกนนำรัฐบาลต้องการจะได้คะแนนเสียง 400 เสียงขึ้นไปในการเลือกตั้งสมัยหน้า เพราะเพียงได้ 401 เสียงก็เท่ากับปิดโอกาสพรรคฝ่ายค้าน จะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจใดๆ ไม่ได้เลย !

            ตรงนี้คือจุดอันตรายของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะจะทำให้ผู้ที่มาใช้อำนาจประชาชน ปลอดจากการตรวจสอบที่สำคัญ เป็นหนทางให้นักการเมืองที่มีความคิดสกปรกไม่โปร่งใสหาโอกาสหรือพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เสียงเกิน 400 เสียง เพื่อรวบอำนาจรัฐไว้ในมืออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

          การตรวจสอบอำนาจรัฐโดยพรรคการเมืองฝ่ายค้าน คือการฟ้องประชาชนด้วยการชี้ให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจได้รู้ได้เห็นพฤติกรรมที่ไม่ควรไว้วางใจของรัฐมนตรีให้ได้ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินต่อไป แม้ว่าในที่สุดแล้วของการลงมติจะไม่สามารถเอาชนะฝ่ายรัฐบาลได้ แต่ก็อาจสามารถสร้างแรงกดดันให้หัวหน้ารัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีที่ถูกเปิดอภิปรายที่มีหลักฐานชัดเจนว่า ไม่เหมาะสมที่จะอยู่ดำรงตำแหน่งอีกต่อไป

            ผมเห็นว่าการทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐของพรรคฝ่ายค้าน ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในแต่ละสมัยประชุม เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ เพราะนั่นคือการช่วยชาติด้วยการคัดกรองผู้ที่ไม่เหมาะสมไม่ให้ได้ใช้อำนาจรัฐมาเป็นตัวถ่วงความเจริญของชาติ

            แล้วถ้าจะว่ากันไปแล้ว ตามเหตุตามผลที่ควรจะเป็นนั้น ฝ่ายค้านที่มีคุณภาพจะต้องมีรัฐมนตรีเงาที่เอาไว้ประกบรัฐมนตรีของรัฐบาลอย่างชนิดติดตามการบริหารงานอย่างใกล้ชิด เมื่อถึงวาระที่จะต้องตรวจสอบกัน ก็จะได้พูดกันตรงเป้าหมาย มีหลักฐานมีข้อมูลที่เพียบพร้อมที่จะชี้ความบกพร่องของรัฐมนตรี

          แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าเรื่องชนิดนี้ ไม่ค่อยจะมีกับนักการเมืองไทยอย่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่นักการเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นพรรคฝ่ายค้านที่มีคุณภาพยิ่งนัก อย่างพรรคประชาธิปัตย์

            การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านมักจะไม่ค่อยชอบทำการบ้าน ข้อมูลที่ได้หลายครั้งหลายหนอาศัยจากสื่อหนังสือพิมพ์ จึงทำให้น้ำหนักในการอภิปรายของฝ่ายค้านน้อยลง นอกจากนั้นการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านก็ไม่ค่อยจะสมบูรณ์ เพราะยังมีแบบยั้งมือไว้ไมตรีกันอยู่ เผื่ออนาคตข้างหน้าอาจจะต้องมาจับมือกัน คือยังเล่นการเมืองเพื่อการเมืองมากกว่าจะเล่นการเมืองเพื่อประโยชน์ชาติ

            ดังนั้นในหลายๆครั้งของการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจึงมีเสียงครหาว่า มีการวิ่งเต้นขอร้องกันมิให้เปิดอภิปรายคนโน้นคนนี้ ภาระหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์เพื่อประชาชนนี้จึงดูไม่ค่อยจะขลัง ไม่ค่อยจะน่าเชื่อถือ

            หลายคนว่า การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่จะฟัดฝ่ายรัฐบาลนั้น เหมือนลิเกรบกัน !

            นอกจากนั้น การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านในแต่ละครั้ง ก็แพ้ทางฝ่ายรัฐบาลมาตั้งแต่ต้น เพราะกำหนดตัวรัฐมนตรีที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจน้อยเกินไป อย่างเช่นรัฐมนตรีมีถึง 35 คน ยกเว้นนายกรัฐมนตรี แต่เปิดอภิปรายเพียง 8-9 คน ถ้าคิดกันง่ายๆ ก็หมายความว่ารัฐมนตรีคนอื่นๆยังอยู่ในข่ายว่าใช้ได้ เรียกว่ารัฐบาลชุดนี้รัฐมนตรีส่วนใหญ่ยังดีอยู่

            แล้วถ้าส่วนใหญ่ของเขายังดีอยู่ ก็แสดงว่ารัฐบาลในภาพรวมยังมีคุณภาพที่จะเป็นรัฐบาลต่อไปได้จริงไหม ?

            ผมว่าการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนัดสุดท้ายของพรรคฝ่ายค้านนั้น พลาดอย่างแรงที่อภิปรายรัฐมนตรีน้อยเกินไป ทั้งที่ในนัดสุดท้ายนี้ ฝ่ายค้านน่าจะใช้เป็นโอกาส ทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายรัฐบาล เพื่อผลในการแข่งขันในทางการเมืองที่กำลังจะมาถึงในเวลาอีกไม่นานนัก

            การเปิดอภิปรายนัดสุดท้ายนี้ ฝ่ายค้านน่าจะเปิดอภิปรายรัฐมนตรีให้มากที่สุด อย่างน้อยควรจะเกินครึ่ง เพื่อชี้ให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลชุดนี้ใช้ไม่ได้ ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สมควรที่ประชาชนจะเลือกกลับมาให้บริหารประเทศอีกต่อไป เพราะมีรัฐมนตรีไม่น่าไว้วางใจมากกว่าครึ่ง

            น่าเสียดายที่ฝ่ายค้านไม่เดินเกมนี้ ซึ่งอาจเป็นว่าฝ่ายค้านไม่ได้เกาะติดรัฐมนตรีอย่างชนิดที่เป็นเงาตามตัว จึงหาข้อมูลหลักฐานมาเปิดอภิปรายไม่ได้มาก

            เมื่อไม่สามารถทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลได้ ก็มองเห็นอนาคตแล้วว่า ฝ่ายค้านชุดนี้ก็คงจะต้องเป็นฝ่ายค้านอีกต่อไป และยิ่งจะทำให้หัวหน้ารัฐบาลผยองลำพองมากยิ่งขึ้น !

            การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านนั้น เป็นที่ทราบล่วงหน้าว่า เมื่อมีการลงมติ เสียงข้างมากของรัฐบาลก็จะต้องถวายให้รัฐมนตรี ที่ถูกเปิดอภิปรายอย่างเต็มที่คือ ไว้วางใจ…

            ฉากรบฉากสำคัญ ฉากสุดท้ายนี้ ไม่ประทับใจผู้ชมเท่าที่ควร ถ้าเอาไปเปรียบกับการดูภาพยนตร์สงครามของฮอลลีวู้ดหลายๆเรื่องจะพบว่า ฉากรบของเขาดูยิ่งใหญ่ ต่างฝ่ายต่างยกกองทัพมาต่อสู้กันด้วยจำนวนพลรบมหาศาล แม้ว่าเราจะพอรู้ว่านั่นคือการใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์มาช่วยให้ดูยิ่งใหญ่อลังการ มาหลอกเอาสตางค์เรา แต่เราก็มีความรู้สึกว่า มันคุ้มค่าที่จะเสียเงินดู

          แต่กับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านในแต่ละครั้ง ช่างไม่ต่างอะไรกับฉากรบในลิเกอย่างที่ชาวบ้านเขาว่า ถึงจะดูฟรี แต่ดูแล้วก็ไม่ค่อยจะคุ้มค่าเอาเสียเลย.

Last Updated ( ะกั–ั‡ 09 2005 ั€., 08:05 )
<Previous   Next>
 
up
หน้าแรก | News | พระราชดำรัส | ที่นี่พญาครุฑ | ยืนข้างความถูกต้อง | คิดไทย เขียนไทย | หมาเฝ้าบ้าน | เศรษฐกิจ | รายงาน | ภาษาของเรา | ศิลปวัฒนธรรม | รักเธอประเทศไทย | สำนักงานกฎหมาย | ตาต่อตา | ยำตำรวจ | ภูธรนครบาล | โฟกัสประเทศไทย | ตอบจดหมาย | สารคดีพิเศษ | ฮ.นิกฮูกี้ | เวทีทรรศน์ | วิพากษ์การเมือง | คนจริง… แผ่นดินไทย | เปิดกรุพระดี | แฟ้มโปลิศ | ยำรวมมิตร | หากข้าพเจ้าเป็นใหญ่ในแผ่นดิน | กลอน | สมุนไพร | คราบคน | รวมเว็บน่าสนใจ | ติดต่อเรา |
up
   
HOME CONTACTS LINKS