หน้า 8 คิดไทย เขียนไทยเล่ม23-85
ความคับแค้นทางจิตใจ
นายเจริญ วัดอักษร แกนนำอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก ตำบลบ่อนอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นแกนนำต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอก ถูกมือปืนประกบยิง กระสุนเข้าศีรษะ 5 นัด เข้าจุดตายถึง 3 นัด เม็ดกระสุนฝังในเนื้อสมอง 1 นัด ทะลุออก 4 นัด พบกระสุนที่ลำตัวอีก 3 นัด แสดงว่าผู้สังหารกระหน่ำยิงนายเจริญอย่างโหดเหี้ยมที่ศีรษะและยิงซ้ำที่ลำตัวอีกหลายนัด จนแน่ใจว่าไม่มีโอกาสรอดชีวิต
เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 21 มิถุนายน 2547 บริเวณสี่แยกบ่อนอก ขณะที่นายเจริญลงรถ หลังจากเดินทางกลับจากกรุงเทพฯในการยื่นหนังสือเรื่องปัญหาที่ดินสาธารณะกว่า 50 ไร่ ที่กำลังมีปัญหากับกลุ่มอิทธิพล ให้แก่คณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต วุฒิสภา ในวันเดียวกัน
นางกรณ์อุมา ภรรยาของนายเจริญกล่าวทั้งน้ำตาว่า จะเก็บศพสามีไว้ที่บ่อนอก หากฝ่ายบ้านเมืองนำตัวคนร้ายมาลงโทษไม่ได้ จะนำศพมาเผาที่หน้าทำเนียบรัฐบาล
เธอว่าเธอมิได้กดดันรัฐบาล แต่ให้เวลาคลี่คลายคดีนี้ภายใน 100 วัน หากจับฆาตกรไม่ได้ เธอจำเป็นต้องสานต่อความตั้งใจของสามี คือเคลื่อนศพมาเผาเรียกร้องความเป็นธรรม !
ภรรยาม่ายของนักสู้สามัญชนผู้นี้กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สองวัน นายเจริญได้บอกกับหลานๆว่าหากเขาตายขอให้เอาศพไปเผาที่หน้าทำเนียบฯ
. เหมือนกับเป็นลางสังหรณ์
ถึงแม้จะเสียใจมากในการสูญเสียครั้งนี้ แต่ทุกคนก็ทราบดีว่านายเจริญทำเพื่อชาวบ้านมาโดยตลอด เมื่อเห็นว่าวันนี้ชาวบ้านไม่ทอดทิ้งนายเจริญ ไม่ทอดทิ้งครอบครัวของเรา ก็รู้สึกดีใจ แต่ขออย่าให้นายเจริญต้องตายแบบหมาข้างถนน ขอเพียงให้ชาวบ้านช่วยกันทวงสิทธิ์ให้นายเจริญด้วย จะได้เป็นบรรทัดฐานสำหรับคนอื่นต่อไป
นั่นคือคำกล่าวจากใจของนางกรณ์อุมา ผู้ยืนยันว่าจะสืบสานปณิธานของนายเจริญ สามีต่อไป
นั่นคือความคับแค้นใจของสามัญชนที่ถูกกระทำอย่างโหดร้ายป่าเถื่อนจากอิทธิพลมืดและร้องขอให้รัฐบาลใช้อำนาจรัฐคลี่คลายปมสังหาร
สามัญชนผู้ต่อสู้เพื่อความถูกต้องชอบธรรมโดยสุจริต มักจะมีจุดจบที่น่าอนาถ เมื่อแนวทางการต่อสู้ของเขาไปขัดขวางอำนาจที่ชั่วร้าย และเป็นที่น่าสังเกตว่า นักต่อสู้สามัญชนเหล่านั้นมักจะตายฟรีเสียเป็นส่วนใหญ่
ความตายของนักสู้สามัญชนในระยะต้นๆจะเห็นว่า อำนาจรัฐจะแสดงบทบาทของผู้พิทักษ์อย่างเต็มกำลัง พร้อมที่จะคลี่คลายปมสังหาร และมักจะประกาศกร้าวที่จะนำตัวคนร้ายมาลงโทษให้จงได้
บทบาทเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนก็จะแสดงได้คล้ายๆกันเสมอ โดยมีผลสุดท้ายคือความล้มเหลวของอำนาจรัฐที่ไม่สามารถจับคนร้าย ไม่สามารถสืบสาวต่อไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหลังผู้ซึ่งเป็นผู้บงการฆ่าและจากนั้นในไม่ช้าเรื่องราวก็จะค่อยๆเงียบหายไป
โดยทิ้งสิ่งที่เหลือไว้คือ ความคับแค้นใจของผู้ที่สูญเสีย
ในรอบ 3 ปีที่ผ่าน มีแกนนำที่เรียกร้องหาความเป็นธรรมตามสิทธิอันพึงมีพึงได้ของพวกเขา ถูกฆ่าตายไป 15 คน ในขณะที่นโยบายสำคัญประการหนึ่งของรัฐบาลชุดปัจจุบันคือความพยายามที่จะปราบปรามอิทธิพลมืด อิทธิพลท้องถิ่น มีการประกาศให้ชาวบ้านนำอาวุธปืนมามอบให้ทางการ มีมาตรการที่ดูเสมือนว่าน่าจะเป็นการกดดันให้อำนาจอิทธิพลมืดสลายไปจากแผ่นดินไทย เพื่อให้เกิดความสงบสุขในแผ่นดิน
แต่ความตายอันเกิดจากอำนาจอิทธิพลมืดก็ยังคงอยู่ท้าทายนโยบายของรัฐบาล ซึ่งแน่นอนว่าย่อมรวมไปถึงการฆ่ากันตายรายวันในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อำนาจรัฐกำลังจะกลายเป็นเสือกระดาษเข้าไปทุกวัน !
ความรับผิดชอบในชีวิตของพลเมืองผู้สุจริตเป็นพันธกิจหนึ่งในแนวนโยบายพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญที่ผู้ครองอำนาจรัฐต้องดำเนินการให้มีประสิทธิภาพอย่างที่สุด เพื่ออำนวยความผาสุกและอำนวยความยุติธรรมแก่พลเมือง ความตายของพลเมืองจากอำนาจอิทธิพลเถื่อนที่อำนาจรัฐไม่สามารถเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้นั้น มีแต่จะสร้างความคับแค้นขมขื่นใจให้พลเมือง
เมื่ออำนาจรัฐไม่สามารถอำนวยความเป็นธรรมให้พลเมืองผู้บริสุทธิ์ผู้ที่ต้องสูญเสียได้ สภาพบ้านเมืองจะเป็นเช่นไร ?
อนารยชนคนถ่อยเถื่อนผงาดเหนือแผ่นดิน พลเมืองผู้บริสุทธิ์ต้องอยู่ในอาณาจักรแห่งความกลัวกระนี้แล้วจักมีรัฐบาลไว้เพื่ออภิบาลพลเมืองกันไปทำไม เพราะรังแต่จะสร้างความอัปยศอับอายกระจายไปทั้งสากลโลก
คำกล่าวอันเกิดจากความคับแค้นของนางกรณ์อุมา ภรรยานักสู้สามัญชนผู้ล่วงลับด้วยน้ำมือของไอ้คนขี้ขลาดจำนวนหนึ่งที่ลอบทำร้ายเขานั้นเน้นว่า ขออย่าให้นายเจริญต้องตายแบบหมาข้างถนนนั้น น่าสะเทือนใจนัก |