หน้า 50
หมาเฝ้าบ้าน 23-82
ฉลามฝั่งธนฯ
ขุนพลกรุงเทพฯ
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวว่า...
หมาเฝ้าบ้าน ตัวนี้ เป็นหมาเฝ้าบ้านของประชาชน
และเป็นหมาเฝ้าน่องของคนสุจริตเท่านั้น
แต่เมื่ออยากจะเขียนเรื่อง
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ก็กลัวท่านผู้อ่านจะเข้าใจว่า หมาตัวนี้ตัดสินใจมาเฝ้า
บ้านอยู่บำรุง
ต้องขอปฏิเสธเสียเนิ่นๆ (ฮา)
สาเหตุที่ผมต้องการเขียนถึง
ร.ต.อ.เฉลิม หรือ สารวัตรเฉลิม
เพราะว่านักการเมืองระดับประเทศคนนี้ มีดีในหลายๆเรื่อง
แต่ที่ไม่ได้เรื่องก็มีอยู่บานตะไทเหมือนกัน
หน้า 50 หมาเฝ้าบ้าน 23-82
ฉลามฝั่งธนฯ ขุนพลกรุงเทพฯ
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวว่า...
หมาเฝ้าบ้าน ตัวนี้ เป็นหมาเฝ้าบ้านของประชาชน และเป็นหมาเฝ้าน่องของคนสุจริตเท่านั้น
แต่เมื่ออยากจะเขียนเรื่อง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ก็กลัวท่านผู้อ่านจะเข้าใจว่า หมาตัวนี้ตัดสินใจมาเฝ้า บ้านอยู่บำรุง ต้องขอปฏิเสธเสียเนิ่นๆ (ฮา)
สาเหตุที่ผมต้องการเขียนถึง ร.ต.อ.เฉลิม หรือ สารวัตรเฉลิม เพราะว่านักการเมืองระดับประเทศคนนี้ มีดีในหลายๆเรื่อง แต่ที่ไม่ได้เรื่องก็มีอยู่บานตะไทเหมือนกัน
สารวัตรเฉลิมก็รู้อยู่เต็มอกว่า จุดอ่อนหรือจุดสลบของตัวเองอยู่ที่ลูกชาย ซึ่งถ้าผู้เป็นพ่อสามารถสยบลูกชายได้ดั่งวาจา บรรดาว่าที่ผู้สมัครทั้งหลาย คงได้ลิ้นห้อยและเหนื่อยกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว
สองขั้ว/สองค่าย...นางปวีณา หงส์สกุล และ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน แม้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ไก่โห่ แต่เมื่อพิจารณาจากเนื้อหาสาระและนโยบายที่จะประกาศทำเพื่อคนเมืองกรุง ดูยังเลื่อนลอย เลือนราง ไม่ชัดเจน
สองอาทิตย์ก่อน สารวัตรเฉลิม ออกมาถามใจ นายสมัคร สุนทรเวช และเปรยว่า
ถ้าผู้ว่าฯสมัคร ไม่ลง...ผมลงแน่นอน
ถึงวันนี้ประกาศโครมว่า ลง 100% นั่นอาจหมายถึงท่านผู้ว่าฯสมัคร อาจจะ (เน้นคำว่า อาจจะ) ยุติการเมืองสนามเล็กแห่งนี้
ลองมาพิจารณานโยบายและแบบแผนของ ฉลามฝั่งธนฯ ขุนพลกรุงเทพฯ
ภายใต้สโลแกน ผมมีประสบการณ์ ทำงานให้ท่านได้ โดยเน้น ยุทธศาสตร์กรุงเทพมหานคร...7 แผน 4 ปรับ 3 หลัก 6 เร่ง
7 แผน...มีดังนี้ 1.จะสร้างและพัฒนาระบบบริหารให้เป็นธรรมาภิบาล โปร่งใสตรวจสอบได้ 2.จะสร้าง กทม.ให้เป็นเมืองน่าอยู่ มีสภาวะแวดล้อมที่ดี และเป็นเมืองชั้นนำของโลกทั้งการอยู่อาศัย ท่องเที่ยว การลงทุน 3.จะพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและการคมนาคม โดยการยึดเอาประโยชน์และความต้องการของประชาชนเป็นหลัก 4.จะสร้างศักยภาพของเด็ก ครอบครัว ชุมชนให้เข้มแข็ง 5.จะสร้างโอกาสให้คนที่จะพัฒนารายได้ 6.จะสร้างและพัฒนา กทม.ให้เป็นเมืองแห่งอนาคต และ 7.จะทำให้ กทม.เป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี 4 ปรับ คือ 1.ปรับระบบการทำงานให้เป็นอี-แบงคอก 2.ปรับวัฒนธรรมการทำงานของข้าราชการให้ทันสมัย รวดเร็ว และมีคุณภาพ 3.ปรับทัศนคติของข้าราชการให้รักประชาชน รักงาน และรักการให้บริการ 4.ปรับ กทม.ให้เป็นเมืองน่าอยู่ และเป็นเมืองชั้นนำของโลกที่มีคุณภาพมาตรฐานเป็นสากลในทุกๆ ด้าน
3 หลัก...ก็มี 1.กรุงเทพฯ...เมืองน่าอยู่ 2.คนกรุงเทพฯ...คุณภาพชีวิตที่ดี และ 3.การบริหาร...ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี มีธรรมาภิบาลและการบริการที่รวดเร็วมีคุณภาพ 6 เร่ง...ได้แก่ 1.เร่งให้ระบบบริหารและบริการไปสู่อี-แบงคอกเต็มรูปแบบ ยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็น เช่น ค่าธรรมเนียมการเก็บขยะ และให้ทบทวนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการบำบัดน้ำเสีย 2.สร้างทัศนคติการให้บริการประชาชนคือหัวใจและวิญญาณของข้าราชการ 3.เร่งสร้างให้ กทม.เป็นเมืองน่าอยู่ 4.เร่งสร้างเด็กไทยและสังคมไทยให้พร้อมกับการแข่งขันทั้งในระดับโลก และภูมิภาค 5.เร่งสร้างความรักและความอบอุ่นของครอบครัว และ 6.เร่งสร้าง กทม.ให้เป็นเมืองแห่งโอกาส และเป็นเมืองในฝันของคนสู้ชีวิต
สถานการณ์สนามกรุงเทพฯ...ไอ้ที่แน่ๆ ชักจะไม่แน่ซะแล้ว
รู้ทั้งรู้ว่า บุคคลการเมืองอย่าง เฉลิม
สามารถเป็นกระแส...สร้างกระแส...
ปั่นกระแส...ทวนกระแส...และที่สำคัญสามารถทำลายกระแสได้ด้วย
ต่อจากนี้ไป สารวัตรเฉลิมทำอะไร ขยับไปไหน ต้องเป็นข่าว
นักข่าวคนไหนไม่มีข่าว เฉลิม ถือว่าตกข่าว
ถ้าสารวัตรเฉลิมเคลียร์ปัญหาคาใจกับนักข่าวบางสาย...บางคนได้
รับประกัน ที่บอกว่า สู้ตายครับ...สู้ตายค่ะ
คราวนี้คงได้ตายสมใจ (ฮา)
|