หน้า 6 พระราชดำรัส เล่ม 23-93
พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา สิงหาคม 2547 (3)
เมื่อยังเล็กๆ อยู่ ข้าพเจ้าเคยเสียใจมากที่สุดที่คุณแม่ไม่มีเสื้อผ้าสวยๆ
ให้ใส่เลย เสื้อผ้าที่ใส่เล่นในบ้านก็รับช่วงจากพี่ชาย 2 คน
และได้เห็นแม่นั่งเย็บจักรเย็บชุดนักเรียนให้กับข้าพเจ้าและน้องสาว
ได้เห็นพ่อของข้าพเจ้าไปไหนๆ ก็ขึ้นแต่รถราง ข้าพเจ้าก็บ่นกับพี่น้องว่า
แหมเบื่อจังที่เห็นพ่อวิ่งขึ้นรถราง ท่านพ่อก็จะสอนมาตลอดว่า ลูก
ความยากจนไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าละอายความชั่วช้าคดโกงนั่นแหละ
เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ น่าละอายอย่างยิ่ง
ข้าพเจ้าเองก็เดินจากบ้านที่เทเวศน์ซึ่งไกลมากไปโรงเรียนเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์ นานๆ จึงจะได้ขึ้นรถรางเมื่อฝนตก ตอนนี้ข้าพเจ้าอธิษฐานเสมอเวลาทำบุญ และแม้เวลานั่งรถผ่านพระปฐมเจดีย์ว่า เกิดชาติหน้าฉันใด ขอให้ได้เกิดกับพ่อแม่เช่นนี้ พ่อแม่ที่สอนลูกให้ห่างไกลจากความรู้มาก แล้วก็เค็มปี๋
ความจริง พ่อแม่มีห้องแถวที่เสด็จปู่กับท่านย่าให้เป็นมรดก ที่จะเก็บเงินค่าเช่าเป็นเงินสำหรับเลี้ยงชีวิต ตั้งแต่สมัยสงครามโลก พ่อข้าพเจ้าเคยคิดจะขึ้นค่าเช่าเพราะเห็นลูกแต่งตัวปอนซอมซ่อเต็มแก่ แต่คนเช่าห้องแถวก็มาหา แล้วขอร้องว่าอย่าขึ้นค่าเช่าเลย และทุกครั้งท่านพ่อออกไปพูดกับเขาแล้ว ก็ต้องตกลงว่าจะไม่ขึ้นค่าเช่า ท่านพ่อก็มาพูดกับคุณแม่ต่อหน้าลูกๆว่า ช่วยกันเถอะนะ ขณะนี้เป็นสงคราม ลูกแบ่งกันกินเถอะให้เขากินบ้าง เรากินบ้าง ในยามสงครามและลำบากเช่นนี้ หลังกลับจากโรงเรียน ครอบครัวของพวกเราก็จะช่วยกันปลูกดอกไม้ พวกลูกๆ จะเก็บดอกไม้ให้คนไปขายหน้าบ้าน เสื้อผ้าของลูกๆ แม่ก็จะเป็นตัดเย็บให้ วันสำคัญเช่นวันพระบรมราชวงศ์จักรีวงศ์ เช่น วันจักรี หรือวันปิยมหาราช พ่อกับแม่ก็จะเชิญพระบรมรูปมาตั้งจัดโต๊ะบูชาเก็บดอกไม้ที่ปลูกที่บ้านมาบูชาแล้วรวบรวมลูกหลานให้มาหมอบกราบรำลึกถึงพระมหากรุณาฯ แม้บ้านที่อยู่ที่เทเวศน์ก็ได้รับพระราชทานมาทั้งนั้น เพราะฉะนั้นพ่อก็บอกว่าเราก็ตั้งจิตอธิษฐานกันว่า เกิดชาติหน้าฉันใด ขอให้ได้เกิดเป็นคนไทย เกิดในพระบรมพุทธศาสนา และพ่อข้าพเจ้ามักจะชี้ให้ดูวัดวาอารามและโบสถ์ของหลายศาสนาที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ท่านพ่อไม่เคยสอนให้มีความเกลียดชังในจิตใจของเด็กเลย จะสอนให้นึกถึงคำของพระพุทธองค์ที่ทรงสอนให้มีเมตตาจิตต่อทุกๆ คน เมื่อข้าพเจ้าโตขึ้นมาพ่อก็จะชี้ว่าให้ดูสิ ดูเมืองไทยเราสิ ดูกรุงเทพฯ นี่สิ วัดพุทธ สุเหร่าอิสลาม โบสถ์คริสต์ อยู่ด้วยกันได้อย่างสันติ ไม่มีการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทยเรา แต่ใครจะนับถือศาสนาใดก็ได้ เพราะพระมหากษัตริย์ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกของทุกศาสนา เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปเปิดงานศิลป์แผ่นดินครั้งล่าสุดที่พระที่นั่งอนันตสมาคม เห็นแล้วบังเกิดความสุข ความปีติโสมนัสอย่างยิ่งว่า นี่คือคนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและข้าพเจ้าเอาใจใส่ และเอามาจากครอบครัวชาวนาที่ยากจน บัดนี้กลายมาเป็นครอบครัวชาวนาที่มีความสามารถสูงสุดในทางด้านศิลปะและที่มาตอบแทนพระคุณแผ่นดินได้
ท่านทั้งหลายคงเห็นกับตาแล้วว่า งานฝีมือชั้นเลิศทั้งหลายเป็นฝีมือของลูกหลานชาวนาทั้งนั้น วันนั้นเป็นวันที่ข้าพเจ้าปลื้มปีติเหลือเกิน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีและคุณหญิงก็กรุณาไปด้วย ในวันนั้นก็คงเห็นข้าพเจ้าตื่นเต้นยิ้มแก้มแทบปริ มีความสุขเหลือเกิน และข้าพเจ้าต้องขอบอกว่ามีความรู้สึกซาบซึ้ง และขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่เมตตาคอยช่วยเหลือค้ำจุนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพตลอดมา
ข้าพเจ้าปลาบปลื้มเหลือเกินที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง รวมทั้งเหล่าศิลปาชีพทั้งหลายที่ได้สามารถตอบแทนพระคุณของแผ่นดินได้ ฝีมือของศิลปาชีพครั้งหลังที่ข้าพเจ้าได้ชมนี้เป็นหนึ่งในโลกจริงๆ ที่ข้าพเจ้าได้ดูตลอดมาในโลก สมควรที่คนไทยจะภาคภูมิใจ อย่างที่พระภาวนาวิสุทธิเถร หรือท่านอาจารย์แบนแห่งวัดดอยธรรมเจดีย์ จังหวัดสกลนคร เมื่อข้าพเจ้าได้พาทั้งคณะไปกราบท่านที่วัดดอยธรรมเจดีย์ ท่านก็จะเทศน์ให้พวกเราฟังหลายบท ในที่สุดก่อนที่ท่านจะจบ ท่านก็ย้ำเพื่อให้พวกเราทุกคนคิด ระลึกถึงพระคุณของแผ่นดินเกิด คนเราถ้าสำนึกถึงพระคุณของแผ่นดินเกิดความคิดที่จะทำชั่วช้าก็คงหมดไป
ท้ายที่สุดนี้ ข้าพเจ้าขอขอบคุณทุกท่านที่ตั้งใจฟังข้าพเจ้าเล่าเรื่องต่างๆ มาด้วยความอดทน ขอขอบพระคุณประชาชนทั่วประเทศอีกครั้งที่บำเพ็ญประโยชน์และความดีนานาประการ เพื่อเป็นการกุศลของข้าพเจ้าในโอกาสที่มีอายุครบ 72 ปี การที่ท่านทั้งหลายตั้งใจทำความดี ไม่ว่าจะในโอกาสใดก็ตาม หากเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติแล้วก็นับว่าท่านทั้งหลายได้ทดแทนพระคุณแผ่นดิน ช่วยให้บ้านเมืองของเรานี้อยู่มั่นคงสถาพร เพราะผู้คนพลเมืองเต็มไปด้วยผู้มีน้ำใจงาม ข้าพเจ้าเองก็บังเกิดความสุขใจและมีกำลังใจที่จะรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อทำงานให้แก่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป
ขอให้กุศลจากการที่ท่านทั้งหลายประพฤติปฏิบัติชอบเพื่อบ้านเมืองจงส่งให้ทุกท่านมีความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง มีกำลังกาย กำลังใจ สมบูรณ์พร้อม มีสติปัญญาเฉียบแหลมที่จะคิดแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ว่าปัญหาส่วนตัวหรือปัญหาของบ้านเมืองให้ลุล่วงไปด้วยดี ขอให้มีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อช่วยให้ประเทศของเรามีความรุ่งเรือง ไพบูลย์ ยิ่งๆ ขึ้นตลอดไป ขอบพระคุณมาก.
(ตอนจบ)
|