หน้า 6 พระราชดำรัส เล่ม 23-94
พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯถวายชัยมงคล
ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ วันเสาร์ ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖

ขอขอบใจท่านทั้งหลายที่ได้มาในวันนี้ เพื่อให้พร โดยผ่านท่านนายกรัฐมนตรี เป็นการให้กำลังใจในการงานทั้งปวงที่ปฏิบัติ และทำให้มีกำลังใจในการ ปฏิบัติงานต่อไป
ตามที่นายกฯ ได้กล่าวก็กล่าวในทางที่ดีว่า ทำงานมาเป็นเวลากว่า ๔๗ ปี และเป็นผลให้มีความเจริญของประเทศ ทั้งนี้ก็เป็นการยกย่อง และเป็นการให้ กำลังใจ แต่กลับทำให้หนักใจอยู่เหมือนกัน ว่าทำงานมาเป็นเวลาถึง ๔๗ ปีกว่า แล้วก็สภาพหรือสถานการณ์ของประเทศ ก็ยังมีความยุ่งยากมิใช่น้อยในทุกด้าน ในด้านการทำมาหากินก็ตาม ในด้านการเป็นอยู่ก็ตาม หรือในด้านระเบียบการในการปกครอง หรือในการอาชีพ แม้แต่สถานะทางความมั่นคง ก็ยังไม่ดีตามที่ควรจะเป็น เท่านี้ก็เป็นความหนักใจ เพราะหมายความว่า งานที่ทำนั้นมีผลก็ตาม แต่ยังไม่พอจะต้องให้มีผลดียิ่งขึ้น เพื่อที่จะให้ประเทศมีความมั่นคง มีความผาสุกราบรื่นอย่างเต็มที่
แต่ถ้าดูอีกทางหนึ่ง ชีวิตของคนก็ตาม ชีวิตของหมู่คณะหรือประเทศก็ตาม ก็ย่อมต้องประสบความเจริญและความเสื่อม สลับกันไปเป็นธรรมดา ซึ่งทุกคนก็ทราบดีว่า ในชีวิตของแต่ละคนก็ผ่านเวลาที่มีความสุข และบางทีก็มีความทุกข์ ประเทศชาติก็เช่นเดียวกัน ก็มีความสุขบ้าง ความทุกข์บ้าง แต่ก็ขออย่าให้มากเกินไป เพราะว่าถ้ามากเกินไป แม้สุขมากเกินไปก็อาจทำให้คนเรา ไม่สบายได้เหมือนกัน แต่ว่าถ้าทุกข์มาก ความเป็นอยู่ของคนเราอยู่ไม่ได้ ไม่มีกำลังใจ ลงท้ายก็ล่มจม
ในระยะนี้ดูจะเป็นระยะที่ จะเป็นช่วงเวลาที่จะเสื่อม เพราะคนก็บ่นกันมาก บ่นว่าการจราจรก็คับคั่งติดขัด ท่านทั้งหลายมาที่นี่จะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าจะมาถึง บางคนก็ต้องมาตั้งแต่เช้า ทำให้เหน็ดเหนื่อย เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข และความจริงก็ได้แก้ไขมาเป็นเวลาช้านานแล้ว แต่ว่าข้อที่ทำให้หนักใจ การแก้ไขไม่ทันกับปัญหาที่เกิดขึ้น
คือการแก้ไขทำไป ๕๐ ปัญหาเกิดขึ้น ๖๐ ก็หมายความว่าขาดทุนไป ๑๐ อย่างนี้ก็คงเป็นธรรมดา แต่ไม่ได้หมายความว่า แพ้ ไอ้ ๑๐ ที่ขาดทุนไปก็ต้องพยายามแก้ไข ถ้าไม่แก้ไขก็จะเป็นปัญหาเพิ่มขึ้น จนกระทั่งไม่มีทางจะแก้ ถ้าเราแก้ไปเรื่อยแม้จะเต็มที่ไม่ได้ก็ต้องแก้ ฉะนั้นก็เกิดความคิดว่า จะต้องแก้ไขในเหตุการณ์เฉพาะหน้าก่อน เพื่อที่จะให้สามารถแก้ไขในการดำเนินงานในอนาคต เพราะเหตุว่า ถ้าแก้ไขเฉพาะหน้าดำเนินไปไม่ได้ การแก้ไขในอนาคตก็จะดำเนินไม่ได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างก็หยุดชะงัก อันนี้เป็นตัวอย่าง ก็ไม่อยากที่จะมาบรรยาย เกี่ยวข้องกับโครงการจราจร ถ้าเกิดความคิดขึ้นมา ภายหลัง ก็อาจจะพูดเรื่องการจราจร
อีกข้อหนึ่งที่หนักใจกันมาก คือ เรื่องภัยแล้งที่ท่านนายกฯ ได้กล่าวถึง ภัยแล้งก็เช่นเดียวกับภัยของการชะงักของการจราจร ต้องแก้ไข และแก้ไข มาตลอดมาเรื่อย แต่ไม่ทันกับเหตุการณ์ ถึงทำให้เดี๋ยวนี้ทุกคนชักวิตกอย่างมาก และก็คิดว่าเราแย่แน่ เราตายแน่ๆ แต่ว่าถ้าหากว่า ไม่แก้ไขเฉพาะหน้า ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขในระยะไกล ในระยะยาว ฉะนั้นต้องแก้ไขในระยะสั้นก่อน การที่ราชการได้วางแผนแก้ไขระยะสั้นนี้ ก็เข้าใจว่าพอที่จะประทัง และพอที่จะผ่านพ้นเป็นวันๆ หรือเป็นปีๆ แต่ว่าโครงการระยะยาวที่ได้วางเอาไว้นานแล้ว และที่จะวางต่อไป ก็จะต้องดำเนิน
วันนี้ขอพูดเรื่องนี้ ขออนุญาตพูด เพราะว่าอั้นมาหลายปีแล้ว เคยพูดมาเมื่อ หลายปีในวิธีที่ปฏิบัติ เพื่อที่จะให้มีทรัพยากรน้ำเพียงพอและเหมาะสม คำว่าเพียงพอ ก็หมายความว่าพอในการบริโภคในการใช้ ทั้งในด้านการบริโภคในบ้าน ทั้งในการใช้เพื่อการเกษตรกรรมอุตสาหกรรม ต้องมีพอ ถ้าไม่มีพอ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะชะงักลง แล้วก็ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราภูมิใจว่าประเทศเรา ก้าวหน้าเจริญก็ชะงัก ไม่มีทางที่จะมีความเจริญ ถ้าไม่มีน้ำ
การนี้ได้พูดข้อนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องน้ำโดยตรง เคยพูดกับผู้ที่สนใจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ แล้วก็ไปพูดในทางที่เรียกว่าเห็นทางไม่ดีมากไปหน่อย ตามปกติคนเราชอบดูสถานการณ์ในทางดี ที่เขาเรียกว่าเล็งผลเลิศ ก็เห็นว่า ประเทศไทยนี่เราก้าวหน้าดี การเงินการอุตสาหกรรมดีมีกำไร อีกทางหนึ่ง ก็ต้องบอกว่าเรากำลังเสื่อมลงไป
เมื่อไม่กี่วันนี้ก็ได้พูดต่อหน้าผู้ที่สนใจ เกี่ยวข้องกับการพัฒนาว่าประเทศไทยค่อนข้างจะแย่ ผ่านในระยะที่เสื่อมและก็ทำให้ความเป็นอยู่ หรือการพัฒนาก็ค่อยๆ ถอย คนที่เป็นนักพัฒนาเขาก็บอกไม่จริง อย่าลืมว่าเดี๋ยวนี้เศรษฐกิจเรากำลังเฟื่องฟู คนมาลงทุนในประเทศมาก อุตสาหกรรมก็ก้าวหน้า เลยต้องเตือนเขาว่า ถ้าการอุตสาหกรรมเศรษฐกิจก้าวหน้าดี ส่วนใหญ่เป็นทฤษฎีว่าถ้ามีเงินเท่านั้นๆ มีการกู้เท่านั้นๆ หมายความว่าเศรษฐกิจก้าวหน้าแล้วประเทศก็เจริญ มีหวังว่าจะเป็นมหาอำนาจเลยต้องเตือนเขาว่า จริง ตัวเลขดีแต่ว่าถ้าเราไม่ระมัดระวัง ในเรื่องความต้องการพื้นฐานของประชาชนก็ไม่มีทาง เพราะผู้ที่ปฏิบัติอุตสาหกรรมก็ตาม เศรษฐกิจก็ตามเป็นมนุษย์ทั้งนั้น เป็นชาวบ้านทั้งนั้น ท่านนายกฯ ก็เป็นชาวบ้าน ไม่ใช่คนมาจากที่ไหน เป็นคนที่มาจากบ้าน มีชีวิต ทั้งความสุขความทุกข์เช่นเดียวกับทุกคน ฉะนั้นต้องดูที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ (อ่านต่อฉบับหน้า) |