Transparent Political and Social Analysis
 
Latest News
แฉเล่ห์ PDF Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Written by Administrator   
ะ–ะพะฒ 15 2004 ั€., 11:27

แฉเล่ห์


‘เอกยุทธ’ โจรใส่สูท
ปั่นค่าตัวเล่นการเมือง

เมื่อยี่สิบปีก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกจับกุมกวาดล้างขบวนการอาญากรเศรษฐกิจ ที่สร้างความหายนะแก่หลายครอบครัวถึงขั้นเกือบฆ่าตัวตาย บางรายเครียดและบ้าป่วยเป็นโรคประสาทระยะยาวจนยากแก่การเยียวยา

            มาวันนี้ หนึ่งในขบวนการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งหนีหัวซุกหัวซุนจนคดีหมดอายุความ ได้หวนกลับมาสร้างความปั่นป่วนแก่วงการเมืองด้วยการสร้างข่าวให้เกิดความสับสนในตลาดหุ้น วางมาดของผู้รักถูกต้อง

            ทั้งที่อดีตของมันคือ “โจรใส่สูท” ที่สังคมต่างสาปแช่ง

            คืออาชญากรเศรษฐกิจตัวยงที่ทิ้งสมัครพรรคพวกให้รับกรรมตามลำพัง ตัวมันเองหนีไปเสพสุขนอกประเทศ อย่างไร้ความรับผิดชอบ

            ไม่รับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมงาน ทิ้งให้ติดคุกติดตะรางตามยถากรรม

            ไมรับผิดชอบต่อลูกค้าคือประชาชนตาดำๆที่ต้องสูญเสียเงินทองซึ่งสั่งสมมาตลอดชีวิต

            ไม่รับผิดชอบต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจของชาติ จากน้ำมือ “โจรเสื้อนอก”

              ภายหลังการหลบหนีคดีฉ้อโกงประชาชนมากว่า 20 ปี กลับมาคราวนี้ คงวางแผนชั่วมาอย่างเป็นขั้นตอน

            แรกทีเดียวมีการส่งคนโยนหินถามทางเพื่อดูทิศทางการเมือง เมื่อเห็นเป็นโอกาสเหมาะใกล้เทศกาลเลือกตั้ง หวังใช้เงินเป็นตัวนำ จึงส่งคนไปจดทะเบียนพรรคการเพื่อใช้หนังราชสีห์มาคลุมร่างเน่าเฟะด้วยบาดแผลของจิ้งจอกเจ้าเล่ห์

            เดชะ! พระสยามเทวาธิราช คงไม่ประสงค์ให้เหี้ยหางแดงพันธุ์นั้นหลุดรอดไปชูคอในฐานะแกนนำพรรคการเมืองหน้าใหม่ จึงมีอันเป็นไปไม่อาจจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองได้ ซึ่งมีเบื้องหลังสุดทุเรศที่เราจะนำเสนอในโอกาสต่อไป

            ฉบับนี้ขอถลกหนังจิ้งจอกในแวดวงเศรษฐกิจหรือที่คุ้นหูกัน เมื่อ 20 ปีก่อน ในนาม “โจรใส่สูท”

            ผิดหวังจากการจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองแล้ว จึงหันเหหาช่องเดินทางลัด ด้วยการเสนอเงินช่วยเหลือพรรคการเมืองเก่าแก่ด้วยราคาคุยนับพันล้านบาท แต่ถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเยื่อใย

            อันว่าพรรคประชาธิปัตย์นั้นจะชั่วดีถี่ห่างอย่างไร ก็ถือว่าเป็นสถาบันการเมืองของประเทศที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากกว่าครึ่งศตวรรษมีหรือจะไม่รู้เท่าทันคนเหลี่ยมอาชญากรเศรษฐกิจ จึงไม่เผลอกระโจนเข้ารับเงินร้อนจากโจรใส่สูท แม้ความชั่วที่ปรากฏได้ล่วงเลยมานานนับ 20 ปี แล้วก็ตาม

            จะด้วยความขยาดหวาดกลัว หรือขยะแขยงก็ตามที บรรดาพรรคการเมืองที่ได้รับการติดต่อต่างกระโดดหนีอย่างไม่คิดชีวิต

            “เงิน” ใครๆก็อยากได้ ไม่ว่าประชาชนเดินดินหรือนักการเมือง

            แต่ถ้าจะรับเงินจากคนที่เคยถูกตราหน้าอาชญากรเศรษฐกิจ ทุกคนตระหนักดีว่าไม่คุ้ม

            ไอ้เหี้ย นั่นคงคาดไม่ถึงว่าการหาพรรคการเมืองเหี้ยๆสักพรรคเพื่อรับเงินให้มัน ชุบตัวบนถนนการเมือง เป็นเรื่องยากอย่างเหลือเชื่อ

            เพราะหากมีสักพรรคยอมรับเงินอุดหนุนจากไอ้เหี้ยนั่น พรรคการเมืองนั้นๆจะพลันกลายเป็นพรรคเหี้ยไปทันทีที่เงินจากมือเหี้ยตกสู่พรรค

            เพราะพรรคการเมืองไม่เหี้ยอย่างที่คิดไอ้เหี้ยนี่จึงผิดหวัง

            การพลาดโอกาสครั้งที่ 2 จังทำให้เกิดไอเดียเหี้ยหนักเข้าไปอีก

            คราวนี้คงคิดว่าฉลาดเลยใช้แผนสูง วางมาดผู้หวังดีต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วยการออกมาปล่อยข่าวการปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

            วิชามารขั้น 3 นี้เป็นแผนพลีชีพ ในลักษณะชูวิทย์ ถ้าไม่ตายคงได้เกิดหรืออย่างน้อยมีชื่อติดปากชาวบ้านผ่านสื่อที่กระหายข่าว เลียนแบบเสี่ยอ่าง

            นี่เป็นพฤติการณ์ปั่นราคาตัวเอง เพื่อกาวเดินสู่การเมืองหวังคะแนนสะใจ โดยอาศัยภาพพจน์ของนักการเมืองบางคนที่ประชาชนไม่มั่นใจในความซื่อตรงและสุจริต

            ไอ้เหี้ยเอกยุทธ ใช้วิธีการกอดลูกระเบิดพลีชีพ หวังรอดตายได้ชื่อเช่นชูวิทย์เคยทำในลักษณะเดียวกันกับขบวนการตำรวจเลียน้ำกาม ตั้งแต่หัวขบวนลงมาจนถึงระดับล่างบางนาย

            การกล่าวหาใครสักคนปั่นหุ้น ไม่ใช่สักแต่ว่าตวัดลิ้นเห่ากราดแล้วสามารถทำเรื่องขาวเป็นดำ – ดำเป็นขาวได้ชั่วพลิกฝ่ามือ กรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบพยานหลักฐานด้วยข้อมูลในเชิงลึก จึงสามารถสรุปได้ แต่ได้เหี้ยนี่บอกให้จัดการภายในสองชั่วโมง นับเป็นเรื่องไร้สาระ “เลอะเทอะ” อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่าไว้ภายหลังเห็นพฤติกรรมของโจรใส่สูท

            เพื่อให้สะใจ สร้างความสนใจแก่คนบางกลุ่มที่มีอคติต่อนายกฯและนักการเมืองบางคนในรัฐบาล

            ไอ้เหี้ยนี่ จึงจำต้องยอมรับความจริงว่ามันก็คือ “โจร” ด้วยการเล่นลิ้น ใช้วิธี “โจรจับโจร”

            “โจร” อย่างไอ้เหี้ยน่ะใช่แน่

            แต่นายกฯทักษิณ และคณะรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยนี้ ไม่มีทางเป็นโจร

            เหนือเหตุผลทั้งปวงในการกล่าวหาเป็นโจร รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯทักษิณ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯพระราชทานบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ภายหลังที่ทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้ง

            นายกฯและ ครม.จึงไม่ใช่โจรอย่างแน่นอน

            อาชญากรเศรษฐกิจอย่างไอ้เหี้ยเอกยุทธต่างหากที่เป็นโจรโดยสันดาน ไม่มีวันสำนึกผิด เห็นได้ชัดจากการหนีหัวซุกหัวซุนให้รอดพ้นเงื้อมมือกฎหมาย ภายหลังอายุความสิ้นสุดแล้ว จึงโผล่หัวกลับมาคิดการใหญ่ใช้บันไดพาดบ่าคนไทย เพื่อก้าวข้ามหัวคนอื่นสู่เส้นทางการเมือง

            เมื่อเห็นหมดโอกาสใช้เงินฟาดหัว จึงใช้วิธีออกมาสำแดงธาตุแท้ “ปั่นค่าตัว” ด้วยการสร้างข่าวให้คนรู้จัก

            ย้อนกลับไปภายหลังหางจุกตูดออกนอกประเทศ ได้เหี้ยนี่หนีซมซานไปหลายพื้นที่ในยุโรป-อเมริกา ก่อนจะพบบ่อเงินบ่อทองที่ประเทศอังกฤษ

            ต้องถือว่าโชคช่วยที่ได้อาศัยใบบุญของนักธุรกิจหญิงจากประเทศไทย ผู้สร้างฐานะด้วยลำแข้ง จากความสามารถส่วนตัว

            หญิงแกร่งและเก่งคนนี้เองที่อื้อเฟื้อที่พักพิงไอ้เหี้ยเอกยุทธได้อาศัยซุกหัว

            ไอ้เหี้ยเอกยุทธ จึงภาคภูมิใจและยินดีเป็น “เหลือบในชายกระโปรง” ของ “หญิงเก่ง” ผู้นั้น ซึ่งเธอมีธุรกิจที่จัดว่าเป็นหน้าตาของคนไทยในประเทศอังกฤษ

            บรรดาธุรกิจที่ไอ้เหี้ยเอกยุทธอวดอ้างว่ามันคือประธานกลุ่มหรือเจ้าของกิจการนี้

            99.09% เป็นของสุภาพสตรีที่ชายอกสามศอกต้องยกนิ้วให้อย่าง “เจ๊ ร.”

            รายละเอียดในเรื่องนี้ค่อยนำเสนอในการลากไส้เน่าๆของไอ้เหี้ยนี่ในฉบับต่อไป

            กลับมาว่าถึงพฤติกรรมหมาจนตอกบนถนนการเมือง ของอาชญากรเศรษฐกิจตัวยงที่กำลังจะกลายเป็นวีรบุรุษในดวงใจของพวกสมองหมาปัญญาควาย ที่ตะกายไม่ถึงดวงดาว เพราะงี่เง่าสันดานเผด็จการสิ้นคิดไร้ศักดิ์ศรีไม่มียางอาย จึงหน้าด้านพอที่จะเกาะขาไอ้เหี้ยนี่โหน…..ตามพายุข่าวสารที่กระพือเพียงเพื่อสะใจและขายข่าว ซึ่งเราจะจัดการถลกหลังเป็นรายตัวเป็นลำดับต่อไป

            เคยได้ยินได้ฟังและได้เห็นบ้างไหมที่ไอ้เหี้ยเอกยุทธประกอบกิจกรรมเพื่อสังคมก่อนจะก่อคดีครึกโครม “แชร์ชาเตอร์” จนต้องหางจุกตูดออกนอกประเทศ

            อย่าว่าแต่คนไทยด้วยกันเลย หมาข้างถนนยังไม่เคยเห็นการเอื้ออาทรต่อสังคมของ “โจรเสื้อนอก” รายนี้

            การกลับมาคราวนี้ทำให้คนรู้จักมากขึ้นจากที่เคยสงสัยว่ามันเป็นใครมาจากไหน จึงมาโผล่ก่อคดีฉาวโฉ่ฉ้อโกงประชาชนกรณีแชร์ชาเตอร์

            เรื่องนั้นไม่ต้องสนใจเพราะเศษโจรใส่เสื้อนอกอย่างมัน ไม่มีค่าพอต้องจดจำขึ้นใจให้รกสมองนอกจากพฤติกรรมต้มตุ๋นระดับชาติ

            จึงไม่ต้องไปค้นประวัติให้รู้กำพืด

            พูดกันเฉพาะหน้าที่เคยเห็นมาและเป็นอยู่ในปัจจุบัน

            “โจรจับโจร” คือประโยคที่ไอ้เหี้ยเอกยุทธคิดว่าฉลาดหลักแหลมเหลือหลายในการออกมาก่อกวนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อสร้างความสนใจและตะเกียกตะกายปีนป่ายเลื่อนชั้นจาก “อาชญากรเศรษฐกิจ” สู่เส้นทางการเมือง

            พงษ์ศักดิ์ ดิษยเดช ปัจจุบันอายุ 40 ปี ขณะนั้นเป็นหนุ่มแน่นวัยเพียง 19 กำลังมีไฟในการทำงาน จึงใช้ความสามารถร่วมงานกับไอ้เหี้ยเอกยุทธ

            พงษ์ศักดิ์จึงเป็นหนึ่งในทีม “โจรใส่สูท”

ระหว่างโจรกับโจร ย่อมรู้เท่าทันกันเพราะร่วมงานกันมา

            ลองฟังทรรศนะของโจรกลับใจภายหลังพ้นโทษอย่างลูกผู้ชายตามความผิดที่ทำไว้ต่อประชาชน

            ไม่ใช่สิ้นศักดิ์ศรี หนีไปหลบในชายกระโปรง

            เขาเปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวภายหลังเห็นพฤติกรรม “ปั่นค่าตัว” และทุบตลาดหุ้นด้วยเจตนาซ่อนเร้น ซึ่งเขารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของไอ้เหี้ยนั่นเป็นอย่างดี

            พงษ์ศักดิ์เปิดเผยว่า เมื่อปี 2527 เคยร่วมงานกับไอ้เหี้ยเอกยุทธในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการลงทุนของบริษัทชาเตอร์อนเวสเม้นท์ จำกัด ขณะอายุเพียง 19 ปี ต่อมาออกมาตั้งบริษัทวาย.เอ็ม.เอส.อยู่ในเครือของบริษัทชาเตอร์ และในปี 2528-2529 รัฐบาลเริ่มงัดกฎหมายเอาผิดบริษัทแชร์ลูกโซ่ จึงต้องหนีไปอยู่ฮ่องกง ขณะที่ไอ้เหี้ยเอกยุทธหางจุกตูดหนีไปยุโรปภายหลังพ่อซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงขอร้องให้กลับมาสู้คดี จึงตัดสินใจกลับเมืองไทย และในที่สุดถูกศาลพิพากษาสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย และลงโทษข้อหาฉ้อโกงจำคุก 365 ปี หลังจากติดคุก 8 ปี ก็ได้รับการอภัยโทษ ออกมาประกอบอาชีพเป็นนายแบบพรีเซ็นเตอร์โฆษณาจนถึงปัจจุบัน แต่ทุกวันนี้แทบไม่มีอะไรเหลือเพราะยังติดเป็นบุคคลล้มละลายอยู่ ไม่มีรถขับ ไม่มีนาฬิกาใส่ แต่อย่างน้อยก็ภูมิใจที่กลับมารับโทษ

            พงษ์ศักดิ์กล่าวต่อว่า วันนี้เห็นไอ้เหี้ยเอกยุทธออกมาแฉการปั่นหุ้น เขารู้สึกแปลกใจว่า คนที่คยกระทำผิดแล้วหลบหนีไม่กล้ารับโทษทัณฑ์กำลังจะกลายเป็นฮีโร่จึงอยากเตือนให้นึกถึงสิ่งที่เคยทำบ้าง ไม่ใช่นำสถานการณ์มาผันตัวเองตั้งพรรคการเมือง ในขณะที่คนอื่นที่ร่วมงานด้วยต้องติดคุก ความจริงเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้น อย่าพึ่งไปเชื่อลมคนที่ยังไม่เคลียร์ตัวเอง ดูจากเกมวันนี้แล้วการปล่อยข่าวเรื่องปั่นหุ้นต้องการดิสเครดิตรัฐบาลสุดท้ายความเชื่อถือในตลาดหุ้นลดลง และทันทีที่หุ้นตกขอให้จับตาดูว่าอาจมี “บางคน” ออกมาช้อนซื้อหุ้น

พงษ์ศักดิ์เตือนว่าถ้ามีเงินมากเป็นหมื่นล้านจริงไปตั้งพรรคการเมืองที่อังกฤษดีกว่า

สาเหตุที่พงษ์ศักดิ์ออกมาให้ข้อเท็จจริงครั้งนี้เพราะรู้สึกทนไม่ได้ที่จะเห็นประเทศชาติเดือดร้อนอีก

หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต้องการข้อมูล เขาก็พร้อมที่จะพูดเพื่อช่วยประเทศชาติ

คนมีสกุลรุนชาติอย่างพงษ์ศักดิ์ แม้จะก้าวพลาดไปเพราะหลงเชื่อจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ แต่อาศัยพ่อเป็นคนดีมีศักดิ์ศรีจึงกล้ากลับมายืดอกรับผิด

ต่างจากเหี้ยอย่างเอกยุทธที่รอเวลาคดีหมดอายุความแล้วกลับมาหวังจะใช้เงินเล่นการเมือง เมื่อหาพรรคเหี้ยๆไม่ได้ หมดทางไปจึงใช้วิธีการปั่นราคาตัวเอง เมื่อรู้สึกจนตรอก

เรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ โปรดติดตามตอนต่อไป เราจะลากไส้แฉกำพืดให้สังคมได้รู้ว่า ราคาคุยกับความเป็นจริงนั้นต่างกันขนาดไหน

ไอ้เหี้ยนี่รวยจริง หรือแค่โผล่หัวจากชายประโปรงของหญิงเก่งคนหนึ่ง ซึ่งเปี่ยมด้วยไมตรี จนเผลอให้เหลือบใต้ชายกระโปรงได้ซุกหัวอาศัยทรัพย์สินและชื่อเสียงของเธอหากินคุยเขื่องวางมาดเศรษฐี เชอะไอ้สัตว์ หน้าไม่อาย เป็นชายแค่เครื่องเพศ

มึงกล้ายอมรับความจริงกับคนไทยทั้งประเทศหรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว “เจ๊ ร.” คือเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมดที่มึงอวดอ้างเป็นเจ้าของ.

 

Last Updated ( ะกั–ั‡ 09 2005 ั€., 06:42 )
<Previous   Next>
 
up
หน้าแรก | News | พระราชดำรัส | ที่นี่พญาครุฑ | ยืนข้างความถูกต้อง | คิดไทย เขียนไทย | หมาเฝ้าบ้าน | เศรษฐกิจ | รายงาน | ภาษาของเรา | ศิลปวัฒนธรรม | รักเธอประเทศไทย | สำนักงานกฎหมาย | ตาต่อตา | ยำตำรวจ | ภูธรนครบาล | โฟกัสประเทศไทย | ตอบจดหมาย | สารคดีพิเศษ | ฮ.นิกฮูกี้ | เวทีทรรศน์ | วิพากษ์การเมือง | คนจริง… แผ่นดินไทย | เปิดกรุพระดี | แฟ้มโปลิศ | ยำรวมมิตร | หากข้าพเจ้าเป็นใหญ่ในแผ่นดิน | กลอน | สมุนไพร | คราบคน | รวมเว็บน่าสนใจ | ติดต่อเรา |
up
   
HOME CONTACTS LINKS