หน้า 8 คิดไทย เขียนไทยเล่ม23-87
การเกิดย่อมเจ็บปวด
เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว เพื่อนผมคนหนึ่งได้ร่วมกับพรรคพวกของเขา ออกหนังสือพิมพ์รายวันที่กรุงเทพฯ ในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้าข่าวภูมิภาค เขามาขอร้องให้ผมช่วยส่งข่าวให้
วันหนึ่งที่ได้พบกัน เขากล่าวถึงความยากลำบากหนักหนากว่าจะรวบรวมผู้คน หาทุนรอนมาออกหนังสือพิมพ์ที่เขารัก ซึ่งผมก็ยิ้มรับทราบความยากลำบากของเขา เพราะการทำหนังสือพิมพ์รายวันมันยากนักหนา ยิ่งเป็นการเกิดใหม่ในท่ามกลางยักษ์ใหญ่ที่เกิดอยู่ก่อนแล้ว ผมเชื่อว่าสาหัสอย่างชนิดที่เขาว่ากันว่าเลือดตาแทบกระเด็นนั่นเชียว
จำได้ว่าผมได้ปลอบใจเขาไปว่า ขอให้อดทนสู้ต่อไป การเกิดย่อมเจ็บปวดเสมอ
ครับ การเกิดย่อมเจ็บปวด ส่วนจะเจ็บมากปวดน้อยแค่ไหนเพียงใด ก็สุดแต่บุญแต่กรรม แต่เมื่อเกิดแล้วต้องยืนหยัดอยู่ให้ได้ ก็จะยิ่งเจ็บปวดมากกว่า เพราะในแต่ละวันเวลาที่ผันผ่าน มันมีสารพัดสารพันปัญหามาเคี่ยวกรำการยืนอยู่ของผู้ที่ได้เกิด
การยืนอยู่ก็ยังมีเงื่อนไขอีกด้วยว่า จะยืนอยู่อย่างไร จะอยู่อย่างทรนงเยี่ยงเสือ ที่อดอยากก็ยอมกลืนเลือดกินเนื้อตัวเอง หรือจะอยู่อย่างอัปยศเยี่ยงหมา ?
มันยากไม่ใช่เล่นเลยนะครับ สำหรับการเกิดมาเพื่อจะก้าวไปสู่ความตาย อันเป็นบทสรุปสุดท้ายของความเจ็บปวดของการเกิดและความทรหดอดทนของการอยู่ ซึ่งเมื่อถึงที่สุดคือความตายที่จะชี้ว่า สรรพสิ่งที่เกิดมา ราคาของความตาย มีคุณค่าหรือไร้ค่า
หนังสือพิมพ์รายวันของเพื่อนผมและพรรคพวกเขานั้น อยู่ได้ไม่ทันถึงปีก็ต้องปิดตัวเองอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากนายทุนทนขาดทุนอยู่ไม่ไหว และถอดใจไปดื้อๆ
ผมมานึกถึงการเกิดของพรรคการเมือง คิดว่าก็คงจะคล้ายๆกันมีเกิดมีดับ มีเจ็บมีปวด มีรุ่งเรืองแล้วอับเฉาเป็นธรรมดา พรรคที่เกิดใหม่ๆ ถ้าผู้นำมีคุณสมบัติพิเศษ มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่นิยมของผู้คนยิ่งมีความพร้อมสมบูรณ์ในทุนทรัพย์ ก็มักจะเนื้อหอม ใครๆก็อยากจะมาเป็นบริวารช่วยหาบหาม การเกิดอาจจะเจ็บแค่แป๊บเดียวเหมือนเข็มแทงมือ
นายทุนทั้งหลายแห่แหนกันมาลงทุนร่วมทาง เพราะมองเห็นรูสว่างที่จะถอนทุนคืนในอนาคต
อย่างเช่นพรรคไทยรักไทย เกิดแล้วโตได้ทันอกทันใจในยุคสมัยที่สัมภเวสี โสเภณีการเมืองมีเกลื่อนกลาด ใครๆก็อยากจะร่วมด้วยช่วยกันสร้างชาติร่วมกับคุณทักษิณ ชินวัตร เอกบุรุษผู้มีปากเป็นขวากหนามของความดีงามสมบูรณ์แห่งชีวิต
พรรคไทยรักไทยเกิดแล้ว อยู่แล้วและจะอยู่ต่อไปอีกนานถึง 20 ปี หรือกว่านั้น ตามที่ท่านหัวหน้าพรรคทักษิณ ตั้งความหวัง
เกิดมาแล้วยิ่งใหญ่ อุดมสมบูรณ์ ในขณะที่พรรคเล็กพรรคน้อยหลายพรรคกลายเป็นพรรคตายซากหมดโอกาสที่จะฟื้น พรรคขนาดกลางก็ต้องอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว กลัวเขาจะไม่ให้เข้าเป็นพวก
พรรคที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างประชาธิปัตย์ ที่เคยยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม วันนี้มีแต่ซูบลงๆ บางคนว่าเลือดกำลังไหล แต่เห็นคนทางไทยรักไทยเขาว่าไม่ใช่ แต่เป็นว่าเขื่อนพัง !!
ช่างเสียดสี ถากถาง ได้ทุกโอกาสอำนวยเหมือนกัน
พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในระหว่างที่เพลี่ยงพล้ำ หนทางสู้ที่จะกู้ชื่อตีตื้นขึ้นมาได้บ้าง น่าจะอยู่ตรงที่การยืนหยัดทำหน้าที่เป็นตัวเบรคความผยองลำพองของพรรคไทยรักไทย ประชาชนอาจจะเทคะแนนให้ได้ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน อย่างน้อยๆ ก็น่าจะได้ ส.ส.เกินร้อย ซึ่งส่วนใหญ่อาจจะได้เพิ่มจากประเภทบัญชีรายชื่อเพื่อนำมาสมทบกับระบบเขตเลือกตั้ง
สำหรับพรรคที่เกิดใหม่สดๆร้อนๆที่กำลังจะแปลงชื่อจากพรรคราษฎรมาเป็นพรรคมหาชนนั้น พอเกิดก็เจ็บแล้ว !
หวังจะเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชนที่เซ็งประชาธิปัตย์ เบื่อไทยรักไทย ลำพังหัวหน้าพรรคก็ถือว่าใช้ได้ เพราะดูเหมือนว่าเรายังไม่เคยมีหัวหน้าพรรคการเมืองที่จบปริญญาเอกทางรัฐศาสตร์ ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วโดยสาขาวิชาก็คือสายตรงของการเมืองการปกครอง ความคิดความอ่านน่าจะดีกว่านักการเมืองที่เป็นนักกฎหมายเพียวๆหรือนักการทหาร หรือนักการทหารธุรกิจ หรือพ่อค้าผู้รับเหมา
แต่กับผู้ร่วมกระบวนการนี่สิครับที่ทำให้ชาวบ้านชาวเมืองเกิดอาการพะอืดพะอม เกิดความรู้สึกไม่ค่อยน่าไว้วางใจ
แนวคิดอุดมคติกับสัจจนิยมที่คุณเอนก เหล่าธรรมทัศน์ นำเสนอย่อมเป็นความจริงในทางการเมืองอัปลักษณ์ แต่ท่านหัวหน้าพรรคนักรัฐศาสตร์จะสามารถทำให้ชาวบ้านชาวเมืองเขาเชื่อถือได้อย่างไรว่า ดอกบัวที่ผุดขึ้นมาจากคราบโสโครก ก่อนจะชูช่อไสวอวดความงามอยู่เหนือน้ำนั้น มันบริสุทธิ์สะอาดพอที่จะเก็บเอาไปบูชาพระ ?
ผมเห็นดอกบัวใหญ่ในบ่อโสโครกเดียวกันนี้ ไอ้ประเภทที่ดอกเด่นๆดูงาม เมื่อยามเข้าไปดูใกล้ๆเห็นคราบโคลนยังจับเขรอะตามกลีบใบ แล้วไม่มีทีท่าจะล้างออกเป็นที่น่าเอน็จอนาถ
หรือว่า ดอกบัวในบ่อสัจจนิยมนี้ มันจะต้องเป็นชนิดเดียวกัน คือต้องมีคราบสกปรกฝังในพอๆกัน ไม่มีทางที่มันจะบริสุทธิ์ผุดผ่องไปได้เลย ? ถ้ามันเป็นเช่นที่ว่านี้ มันก็คงเป็นดอกบัวที่ไม่ควรค่าให้เสียเวลาเลือก เนื่องจากจับดอกไหน มันก็ไม่ต่างไปจากกัน
ช่างน่าสลดหดหู่ใจจริงๆ
มนตรี มณีรุ่ง |