|
หน้า 50 หมาเฝ้าบ้าน 2-13
หมดอายุความ ขาดเจตนา ไม่เกิดความเสียหาย
หมาเฝ้าบ้าน เห็นข่าว เอกยุทธ ออกมาโยนระเบิดใส่ตลาดหุ้นเมืองไทย
เกิดคำถามติดตามมามากมาย โดยเฉพาะการถามถึงคดีความในอดีต
จนกระทั่งท่านนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร
ถึงกับทิ้งคำถามสวน ให้กับนักข่าวนำกลับไปเป็นการบ้านว่า
วันนี้สื่อกำลังจะทำให้ผู้ร้ายกลายเป็นพระเอก
ใช่ไหม ???
เอาหล่ะ การที่ เอกยุทธ ออกมาแฉความไม่ชอบมาพากลของการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เมืองไทย จะเป็นด้วยเงื่อนไขหรือเงื่อนงำอะไร ???
หน้า 50 หมาเฝ้าบ้าน 2-13
หมดอายุความ ขาดเจตนา ไม่เกิดความเสียหาย
หมาเฝ้าบ้าน เห็นข่าว เอกยุทธ ออกมาโยนระเบิดใส่ตลาดหุ้นเมืองไทย
เกิดคำถามติดตามมามากมาย โดยเฉพาะการถามถึงคดีความในอดีต
จนกระทั่งท่านนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร
ถึงกับทิ้งคำถามสวน ให้กับนักข่าวนำกลับไปเป็นการบ้านว่า
วันนี้สื่อกำลังจะทำให้ผู้ร้ายกลายเป็นพระเอก
ใช่ไหม ???
เอาหล่ะ การที่ เอกยุทธ ออกมาแฉความไม่ชอบมาพากลของการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เมืองไทย จะเป็นด้วยเงื่อนไขหรือเงื่อนงำอะไร ???
สังคมควรพิจารณาและพิเคราะห์ให้ดี
อย่าโหมโรงไปตามกระแส !!!
พฤติกรรมหรือธุรกรรมต่างๆในมุมมืด ที่ เอกยุทธ ออกมาประโคมข่าว
สังคมต้องให้เวลาและเชื่อว่า...อีกไม่นานจะมีคำตอบสุดท้าย
ส่วนการโยน ขี้ เข้าใส่ เอกยุทธ ในคดีแชร์ชาร์เตอร์
ได้เกิดข้อครหานินทาว่า เหตุใดจึงได้ลอยนวลอยู่ถึงทุกวันนี้ ???
การหลุดรอดในคดีอาญา ตามความเข้าใจของ หมาเฝ้าบ้าน อย่างแรกคือ...ชนะคดี
หรือมีแนวทางการต่อสู้อื่นๆอีก 3 แนวทางด้วยกัน ได้แก่
หมดอายุความ
ขาดเจตนา
และไม่เกิดความเสียหาย
ขอเรียนท่านผู้อ่านได้ทราบว่า...(รู้กฎหมายเพียงงูๆปลาๆ)
การเป็นคดีความอาญาแล้วต้องขึ้นสถานีตำรวจ
จากนั้นเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ชั้นอัยการและชั้นศาล
ในคดีอาญา ซึ่งเรียกกันง่ายๆว่า เป็นความผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง ไม่สามารถยอมความได้ ซึ่งเมื่อผ่านชั้นพนักงานสอบสวนของตำรวจไปแล้ว จะเป็นหน้าที่ของอัยการ (ทนายของแผ่นดิน) เพื่อกล่าวโทษกับผู้ถูกกล่าวหาในคดีนั้นๆ
หมาเฝ้าบ้าน เห็นใจในพนักงานสอบสวนทุกท่าน
ซึ่งเปรียบเสมือนต้นธารของกระบวนการยุติธรรมหรือด่านแรก
เพราะที่ผ่านมา แม้จะเป็นคดีอาญา แต่ถ้าสามารถหาข้อยุติได้ในชั้นพนักงานสอบสวนก็
จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี โดยข้อสำคัญอยู่ที่ผู้เสียหายต้องพึงพอใจเป็นลำดับแรก
ลองคิดดู ถ้าคดีอาญาทุกคดีไปสู่ชั้นอัยการและชั้นศาล
ป่านนี้คงมีคดีเต็มบ้านเต็มเมืองกันไปแล้ว
หมาเฝ้าบ้าน เคยได้ยินเรื่องราวในชั้นพนักงานสอบสวนมาว่า
มีเด็กอายุ 13-15 ปี แอบเข้าไปขโมยเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยเด็กหยิบ
เสื้อผ้าไป 2-3 ตัว เมื่อถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยจับได้ แล้วนำตัวส่งสถานีตำรวจ
พนักงานสอบสวนก็เชิญผู้เสียหาย เจ้าของห้างฯ และผู้ปกครองของเด็ก ให้มาพร้อม
หน้ากัน
โดยปกติคงไม่มีพนักงานสอบสวนท่านใด มุ่งมั่นดำเนินคดีเด็กในข้อหาลักทรัพย์เพียง
สถานเดียว ล้วนแต่จะหาทางไกล่เกลี่ยในรูปคดี และแนะนำให้ผู้เสียหายรับเอาค่าชดเชยไป เพื่อเห็นแก่อนาคตเด็ก หรืออย่างน้อยก็บรรเทาในรูปคดี
บางครั้งพนักงานสอบสวนก็สามารถไกล่เกลี่ยระหว่างผู้เสียหายและผู้ปกครองของเด็ก ให้
รอมชอมกันได้ และหาทางยุติเรื่องบนชั้นโรงพัก
แต่ถ้าเรื่องไปถึงชั้นอัยการหรือศาลแล้ว โดยที่ผู้เสียหายไม่ยอมความ
ประเด็นนี้อาจมีมุมมองได้ 2 อย่าง คือ
หนึ่ง...ผู้เสียหายไม่ยินยอมรอมชอมอย่างเด็ดขาด ซึ่งอาจมองว่าพนักงานสอบสวนไม่มีฝีมือหรือมีจิตวิทยาเพียงพอ ในการหาลู่ทางประนีประนอมให้ยอมความกันได้
สอง...อาจคิดได้ว่า พนักงานสอบสวนหวังมีนอกมีในกับรูปคดี หรือมีการเรียกร้องผลประโยชน์ เมื่อไม่ได้อย่างที่หวัง จึงส่งให้คดีมาถึงชั้นศาล
ซึ่งในคดีตัวอย่าง การขโมยเสื้อผ้า 2-3 ตัวนั้น ไม่พ้นวิสัยของพนักงานสอบสวนที่จะช่วยไกล่เกลี่ยให้ยุติคดีในชั้นโรงพักได้
แต่เรื่องทำท่าจะต้องดำเนินไปถึงชั้นศาล เพราะผู้เสียหายและเจ้าของห้างฯ ไม่ยอมความด้วย
พนักงานสอบสวนถึงกับโอดครวญว่า...
น่าจะเห็นแก่อนาคตของเด็กบ้าง ถ้าไม่ยอมความกันแล้ว เมื่อเรื่องดำเนินคดีไปก็ไม่เกิดผลดีแต่ประการใด แม้เด็กจะทำความผิด แต่การถูกจับกุมและควบคุมตัวที่โรงพัก ก็น่าจะปรามและปรับนิสัยของเด็กให้ดีขึ้นได้
จากคดีข้างต้นนั้น สามารถเห็นได้ตามสถานีตำรวจทุกๆสถานี ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระบวนการยุติธรรมของเมืองไทย มีทั้งไม้แข็งและไม้นวม โดยเบื้องต้นเป็นเรื่องของวิธีการในชั้นพนักงานสอบสวนเท่านั้น
หมาเฝ้าบ้าน อุตส่าห์แพลมมาตั้งนาน ก็อยากจะให้ท่านผู้อ่านได้นำมาเปรียบเทียบกันว่า เทคนิคของการหลุดพ้นคดีมีหลายวิธี
สำหรับคดีแชร์ชาร์เตอร์เข้าข่ายหมดอายุความ จะขาดเจตนาหรือความเสียหายหรือไม่ อันนี้สังคมคงสามารถหาคำตอบได้
แม้วันนี้ เขาคือผู้บริสุทธิ์ แต่ เอกยุทธ ไม่ใช่เด็ก ที่ขโมยเสื้อไปเพียง 2-3 ตัว
|