หน้า 26-27 ที่นี่พญาครุฑ 23-94
หนุ่มอังกฤษ
ดับเครื่องชนเทสโก้-โลตัส
ที่มาหรือกำเนิดของกฎหมายแต่ละประเทศ เกือบจะไม่มีความแตกต่าง โดยจุดประสงค์หลักของการร่างกฎหมายก็เพื่อใช้เป็นกฎเกณฑ์/กติกา คล้ายวางบรรทัดฐานของสังคมให้มีมาตรฐานเดียวกัน
สังเกตว่ากฎหมายที่บังคับใช้ในทั่วทุกมุมโลก เป็นสิ่งที่ประชาคมให้การยอมรับ ขณะเดียวกันการบัญญัติกฎหมายใหม่ตามภาวะโลกที่เปลี่ยนแปลงไป กลับถูกทดสอบหรือท้าทายจากกลไกเถื่อนของสังคม ก่อนเกิดมาตรฐานจนเป็นที่ยอมรับในที่สุด
สิทธิมนุษยชน...สิทธิของการดำรงตน...คุณค่าของความเป็นมนุษย์หรือแม้กระทั่งการคุ้มครองสิทธิของมนุษย์ที่พึงมีตามหลักวิญญูชน ล้วนบัญญัติไว้ในกฎหมาย โดยกฎหมายที่บังคับใช้กับประชาคม ก็ต้องการให้หลักเกณฑ์ของสังคม ไม่เกิดการเหลื่อมล้ำหรือตีค่าของความเป็นมนุษย์ไม่เท่าเทียมกัน
กฎหมายที่สัมผัสกับวงจรชีวิตประจำวัน จึงเปรียบเสมือนกฎหมายเพื่อสิทธิของมนุษย์อย่างแท้จริง โดยประชาชนทุกคนควรรู้และทราบ ตาม สิทธิ ที่พึงมี
พญาครุฑ พาดหัวข่าวว่า หนุ่มอังกฤษ ดับเครื่องชนเทสโก้-โลตัส ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เกิดข้อถกเถียง หรือนำไปสู่กรณีพิพาทระหว่างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยการนำเสนอบทความครั้งนี้ หวังเพียงว่าเหตุการณ์ทั้งหมดจะเป็นอุทาหรณ์ของสังคม และอาจเป็นการพิสูจน์ว่า กฎหมายที่บัญญัติ เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ในประเทศไทย มีมาตรฐานสูงต่ำเพียงใด
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ AKBAR KHAN หนุ่มอังกฤษ โด่งดังจนกลายเป็นเรื่อง ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาว์น แต่ก็เป็นได้แค่เพียงชั่วขณะ แม้จะมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ซึ่งผลสุดท้ายก็เข้าสู่สภาพเงื่อนงำอีกครั้ง ส่งผลให้มีการเข้าร้องเรียนต่อ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมต.ยุติธรรม ถึงกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานราชการว่ามีจุดบกพร่องมากมาย จึงเกิดคำถามตามมาว่า กระบวนการตรวจสอบอาจมีขบวนการเรียกรับผลประโยชน์ต่างตอบแทน
ปัจจุบันสื่อมวลชนบางแขนง ทั้งรายการวิทยุและโทรทัศน์กำลังให้ความสนใจกรณีของ
AKBAR KHAN กับสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะตน
โดยปัญหาทั้งหลายทั้งปวง เนื่องเพราะเขาซื้อช็อกโกแลตชนิดหนึ่ง จากห้างเทสโก้-โลตัส สาขาพระราม 3 ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว AKBAR KHAN ได้ปรากฏอาการหน้ามืดจนล้มหมดสติลง
การออกมาถามหาความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการหรือห้างเทสโก้-โลตัส ทำให้สังคมได้รับรู้หรือควรรู้ต่อเหตุการณ์ที่อุบัติขึ้นในเวลาต่อมา เพราะข้อโต้แย้งระหว่าง AKBAR KHAN กับผู้ประกอบการ ไม่ได้แสดงว่าความบกพร่องเกิดจากจุดใด แต่กำลังพิสูจน์กลไกหรือระบบการทำงาน/ร้องเรียนตามระบบราชการของไทยว่า ล้มเหลว อย่างสิ้นเชิง
AKBAR KHAN เกริ่นนำว่า เขาพยายามร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนหลายครั้ง แต่ปรากฏว่า ไม่เคยมีการนำเสนอข่าวออกไปสู่สาธารณชน จนกระทั่งตัดสินใจติดต่อกับกลุ่มเอ็นจีโอ ซึ่งต้องยอมรับว่า ตอนนั้นไม่ได้กระทำอย่างต่อเนื่อง จนถูกหยามว่าเขาเป็นแค่เด็กหรือไอ้ฝรั่งบ้าเท่านั้น
ช่วงที่เกิดเหตุประมาณปี 2545 เป็นเวลาเดียวกับที่เกิดปัญหาภายในห้างเทสโก้-โลตัส โดยเป็นความขัดแย้งเรื่องการรักษาความปลอดภัยของห้างฯ หลังเกิดกรณีของ AKBAR KHAN ได้มีการเชื่อมโยงและพาดพิงว่า การที่ช็อกโกแลตเป็นพิษนั้น อาจมาจากการวางแผนของผู้สูญเสียผลประโยชน์ในเรื่องการรักษาความปลอดภัย โดยมุ่งหวังดิสเครดิตของห้างฯ
เบื้องต้นห้างฯได้นำผู้กระทำผิดมาแสดงตนและชี้แจงว่า บุคคลดังกล่าวเป็นผู้นำสารพิษเข้าไปในช็อกโกแลต พร้อมอ้างอิงว่าทั้งหมดน่าจะมาจากปัญหาภายใน หลังผลักดันพนักงานรักษาความปลอดภัยชุดเดิมให้หมดหน้าที่
ห้างฯระบุว่าการปลดพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นทหารออกไป ทำให้เกิดความไม่พอใจและมีการให้เด็กลักลอบเข้ามาวางยา การที่ AKBAR KHAN ออกมาเรียกร้องต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นเรื่องสารพิษนั้น จึงถือเป็นการกระทำที่ไม่สมควร เพราะแท้จริงแล้วเรื่องราวทั้งหมดทหารเป็นคนก่อขึ้น ไม่ใช่ห้างฯ
AKBAR KHAN ให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่ได้ตั้งข้อสงสัยในประเด็นอื่นๆ เพียงแต่ติดใจว่า การโดนสารพิษเข้าไปในร่างกาย ใครสมควรจะต้องรับผิดชอบในกรณีดังกล่าว
แม้บริษัท EFFEM ที่เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายช็อกโกแลตชนิดนั้นในประเทศไทย ได้ส่งหนังสือชี้แจงมาว่า สาเหตุของช็อกโกแลตปนเปื้อนสารพิษ น่าจะมาจากสารระเหยบางอย่างที่ใช้สำหรับละลายสติกเกอร์ที่อยู่บนชั้นวางสินค้า ทั้งหมดกลับยิ่งสร้างความแคลงใจมากยิ่งขึ้น
เพราะเขายืนยันว่า เมื่อรับประทานช็อกโกแลตเข้าไป พอเริ่มเคี้ยวมันก็มีกลิ่นสารระเหยฉุนขึ้นจมูก จนเกิดอาการหายใจไม่ออก และสลบหมดสติไป พอเริ่มรู้สึกตัวก็ลองชิมช็อกโกแลตที่เหลืออีกครั้ง จมูกก็ได้กลิ่นฉุนคล้ายน้ำมันเบนซิน จึงต้องรีบไปล้างปากทันที
AKBAR KHAN ได้โทรศัพท์ติดต่อแจ้งกับห้างเทสโก้-โลตัส ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอร้องห้างฯถอนสินค้าหรือเก็บช็อกโกแลตนั้นโดยเร็ว เพราะเกรงว่าอาจจะมีผู้บริโภครายอื่นๆได้รับอันตรายเหมือนกับเขา แต่กลับได้คำปฏิเสธ โดยได้รับคำตอบเพียงว่าผู้จัดการของห้างฯไม่อยู่
เมื่อไม่มีการเก็บสินค้าเพื่อนำไปตรวจสอบ AKBAR KHAN ก็เลยติดต่อไปหาบริษัทผู้ผลิตช็อกโกแลตที่สหรัฐฯ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นพร้อมยืนยันว่า อาหารที่จำหน่ายอยู่เป็นพิษ ทำให้ไดเรกเตอร์ที่กำกับดูแลภูมิภาคนี้ มีคำสั่งให้เก็บสินค้าของบริษัทฯจากห้างเทสโก้-โลตัสทั่วกรุงเทพฯ
หลังจากนั้นมีการส่งช็อกโกแลตไปตรวจสอบยังโรงงานผลิตอาหารสุนัขแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่ปากช่อง หลังโทรศัพท์พูดคุยสรุปได้ว่า ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะแค่ใช้จมูกดมดูก็รู้ว่ามีสารพิษเจือปนอยู่
สิ่งนี้ได้ทำให้ AKBAR KHAN ถึงกับตกใจ เพราะทดสอบการปนเปื้อนสารพิษในอาหาร น่าจะมีมาตรฐานในการตรวจสอบมากกว่านี้ ไม่ใช่ใช้แค่จมูกสูดดมเพียงอย่างเดียว แต่ต่อมาได้มีจดหมายรายงานว่า การที่เขาได้รับสารพิษนั้น มาจากพนักงานทำความสะอาจของห้างเทสโก้-โลตัส ใช้น้ำยาล้างพื้นที่เข้มข้นเกินขนาด
ไม่นานนักทนายของห้างเทสโก้-โลตัส ได้ติดต่อกับเขา พร้อมเชิญและอนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบโกดังเก็บสินค้าได้
AKBAR KHAN ย้ำว่า ขอดูน้ำยาล้างพื้น จึงได้มีการนำน้ำยาดังกล่าวมาแสดง โดยด้านข้างของภาชนะที่บรรจุน้ำยาล้างพื้นระบุว่า เป็นสารพิษร้ายแรง ซึ่งประโยชน์ของน้ำยาขวดนี้ เหมาะสำหรับล้างพื้นโกดัง ไม่เหมาะกับนำเข้าใช้ในบริเวณห้างฯ
พอเปิดฝาภาชนะที่บรรจุก็มีก๊าซพวยพุ่งขึ้นมาทันที โดยเขายืนยันว่า กลิ่นที่ฉุนขึ้นจมูกของเขาขณะที่รับประทานช็อกโกแลต กับกลิ่นของน้ำยาล้างพื้นเป็นกลิ่นเดียวกัน
จากการตรวจสอบภาชนะที่ใส่น้ำยาล้างพื้น พบว่า ควรเจือจางน้ำยาในน้ำก่อนนำไปใช้ทำความสะอาด แต่ AKBAR KHAN เกิดความสงสัยและอาจจะเป็นไปได้ว่า มีการนำไปใช้ผิดวิธีหรือนำไปทำความสะอาดโดยใช้ละลายกาวสติ๊กเกอร์บนชั้นวางสินค้า ขณะที่ชั้นวางสินค้ายังไม่แห้งสนิทดี ก็ได้มีการนำเอาช็อกโกแลตไปวางทับ ทำให้พลาสติกที่ห่อหุ้มช็อกโกแลตชนิดนี้ ที่เป็นเพียงแผ่นพลาสติกบางๆ ไม่สามารถกันสารระเหยที่เป็นพิษได้
เขาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ พร้อมกับตั้งคำถามว่า การปนเปื้อนสารพิษในช็อกโกแลตนั้น มันเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ ??? เพราะชั้นวางสินค้าช็อกโกแลตที่ซื้ออยู่ข้างแคชเชียร์ ในขณะที่หรือตัดระยะทางระหว่างโกดังที่เก็บสารพิษกับจุดวางสินค้า ห่างกันไม่ต่ำกว่า 500 เมตร
ขณะนั้น AKBAR KHAN ยอมรับว่าไม่พอใจ EFFEM ในฐานะตัวแทนจำหน่ายช็อกโกแลต, ห้างเทสโก้-โลตัส และจอห์นสันฯ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำยาล้างพื้นอย่างมาก
เนื่องเพราะเขาได้รับการยืนยันจากจอห์นสันฯว่า แม้น้ำยาล้างพื้นจะเป็นสารพิษ แต่เมื่อมาผสมกับน้ำมันโกโก้ในช็อกโกแลต จะเกิดปฏิกิริยาขึ้นกลายเป็นสารอีกชนิดหนึ่ง และมีพิษร้ายแรงมากกว่าเดิม แต่ฉลากข้างภาชนะที่บรรจุน้ำยาก็มีคำเตือนอย่างชัดเจนแล้วว่า ไม่เหมาะกับอาหาร ดังนั้นเมื่อมีการนำไปใช้ผิดประเภท เขาจึงไม่รับผิดชอบและขอให้เลิกโจมตี ซึ่ง AKBAR KHAN ก็เห็นชอบด้วยในกรณีนี้
ต่อมาทนายของห้างเทสโก้-โลตัส สอบถาม AKBAR KHAN ว่า...ต้องการคืออะไร ???
เขาตอบไปว่า เพียงแค่อยากรู้ผลข้างเคียงหลังได้รับสารพิษนี้เข้าไป ซึ่งถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากห้างเทสโก้-โลตัส ซึ่งหาก AKBAR KHAN ได้รับคำตอบว่าผลข้างเคียงคืออะไร และมีวิธีป้องกันดูแลอย่างไร เขาพร้อมจะยุติเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ
AKBAR KHAN เผยว่า เขาสมควรได้รับคำขอโทษอย่างเป็นทางการ พร้อมกับเรื่องหนึ่งที่ควรพึงกระทำก็คือ ต้องมีการแถลงข่าวเพื่อให้ผู้บริโภคที่ซื้อช็อกโกแลตยี่ห้อนี้นำมาคืน หากทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแล้ว มีคนรับประทานเข้าไปแล้วเกิดอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตจะทำอย่างไร
เมื่อไม่ได้คำขอโทษหรือการแถลงข่าวต่อสาธารณชนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เขาจึงมองว่าสังคมไทยทุกวันนี้...ขาดความรับผิดชอบ ถ้าปล่อยปละละเลยต่อไปอาจเป็นสังคมที่เห็นแก่ตัว
กระทั่งได้มีคำบอกกล่าวจากบุคคลภายนอกถึง AKBAR KHAN ว่า...
ผู้ใหญ่บางคนเริ่มไม่พอใจที่เขาออกมาวิจารณ์บ้านเมือง/องค์กรของรัฐ แต่เขาก็ยืนยันถ้ามีเรื่องสิทธิหรือการคุ้มครองผู้บริโภคแบบนี้ไปถึงหน่วยงานราชการ ควรมีการแถลงข่าว แต่เมื่อไม่มีการตอบสนอง จึงแสดงถึงความไม่รับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม
เหตุการณ์ดูไม่คลี่คลาย AKBAR KHAN เผยว่า มีการใช้อิทธิพลมืดเข้ามาข่มขู่ ว่าจะถูกอุ้มบ้าง...จะทำร้ายบ้าง ??? ซึ่งได้สวนกลับไปว่า อย่าลืมว่าเขาไม่ใช่บักสีดา...ไม่ได้เดินออกมาจากทุ่งนา เขาเป็นมนุษย์ที่ออกมาเรียกร้องสิทธิที่ควรได้รับ แล้วจะมาใช้วัฒนธรรมล้าหลังปรามเขาแบบนี้...ดูไม่เข้าท่า ยิ่งขู่ก็ยิ่งสู้ วัฒนธรรมมันแตกต่างกัน ไม่อยากจะบอกว่าคนไทยขี้ขลาด แค่ขู่ก็กลัวจนหัวหด แต่สำหรับเขาแล้วไม่ใช่
ที่สำคัญมันผิดกับสื่อฯต่างประเทศ ถ้ามีข่าวอย่างนี้เกิดขึ้น หรือกรณีประชาชนถูกภาครัฐ, ทหาร, ตำรวจ, หน่วยงานและองค์กรเอาเปรียบ จะได้รับการตอบโต้จากสังคมทันที ซึ่ง AKBAR KHAN ไม่อยากจะบอกว่าสื่อมวลชนไทย เปลี่ยนแปลงความเป็นจริงสู่ประชาชน
เขาเคยสอบถามกับเพื่อนคนไทยว่า ถ้าคนไทยเกิดปัญหาเช่นเดียวกับเขา จะทำอย่างไร ??? เขาได้รับคำตอบจนกระจ่างแก่ใจ เป็นคนไทยอย่างที่หนึ่ง...ต้องทำใจและอดทน สอง...การเรียกร้องถามหาความเป็นธรรม เหมือนกับการหาเรื่องใส่ตัว
สิ่งเร้าเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้เขานิ่งเฉยหรือดูดาย เพราะหลังจากสอบถามกับผู้เชี่ยวชาญในกฎหมายของไทย AKBAR KHAN พบว่า กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในเมืองไทยมีบัญญัติไว้ แต่อาจจะไม่มีผู้บังคับใช้อย่างจริงจัง
ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่อังกฤษ จะมีการแพร่ข่าวกระจายออกไปทั่วประเทศ และให้นำสินค้าที่มีปัญหามาคืน พร้อมกับชดใช้เงินให้ โดยผู้ที่ได้รับสารพิษจะได้รับเงินชดเชยตามสมควรและได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ต่อจากนั้นจะมีการศึกษาเรื่องสารพิษกับผู้ได้รับผลกระทบ และประสานผู้ได้รับผลข้างเคียงอย่างสม่ำเสมอ
ที่ผ่านมาประธานของห้างเทสโก้-โลตัส ได้ส่งจดหมายถึง AKBAR KHAN ว่า อยากขอโทษเป็นการส่วนตัว แต่เผอิญต้องเดินทางไปต่างประเทศ เลยไม่ได้ขอโทษ
เขาฉุกคิดและตั้งคำถามในใจว่า ถ้าประธานห้างเทสโก้-โลตัส ต้องเดินทางไปประเทศนั้น/ประเทศนี้ เมื่อเหตุเกิดในประเทศไทย จะเป็นยังไงก็ช่างหรืออย่างไร
การกระทำแบบนี้พฤติกรรมเหมือนออกมาจากป่า คล้ายลิงที่อยู่ในห้องฯทดลอง ที่อังกฤษเคยมีการต่อต้านเพื่อสิทธิของลิง จนต้องเปลี่ยนจากลิงไปใช้หนูทดลองแทน แต่สิทธิของคนไทยมันน้อยกว่าลิงที่อยู่ในห้องทดลอง น่าแปลกใจไหม ???... AKBAR KHAN ตั้งคำถามให้คิดบ้าง
กว่า 2 ปีที่เขาได้รับสารพิษจากช็อกโกแลต วันนี้ยังไร้วี่แววการขอโทษอย่างเป็นทางการจากห้างเทสโก้-โลตัส และยังเป็นปัญหาค้างคาใจเขา
มีเพียงจดหมายพร้อมเช็คฉบับหนึ่ง จากห้างเทสโก้-โลตัส ส่งถึง AKBAR KHAN ระบุว่า ยินดีจ่ายเงินชดเชยให้ 10,000 บาท และจะเป็นเงินสุดท้ายที่จะให้ โดยห้างเทสโก้-โลตัสยังยกย่องเขาเป็นลูกค้าที่ดีตลอดไป และขอให้ไว้วางใจคุณภาพของห้างเทสโก้-โลตัสต่อไป
นี่คือสิ่งตอบแทนที่เขาได้รับทั้งหมด
ยังมีเรื่องราวของการร้องเรียนอื่นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสียงคำรามจากตำรวจระดับ พล.ต.ต., การเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบปราม แต่ถูกข่มขู่, การทำงานของสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่ไร้ประสิทธิภาพ ฯลฯ
ฉบับหน้า พญาครุฑ จะกระฉากหน้ากากของขบวนการข่มขู่ รวมถึง สคบ. ที่ไร้น้ำยาเมื่อต้องปะทะกับยักษ์ใหญ่อย่างห้างเทสโก้-โลตัส
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ผมไปร้องที่กระทรวงสาธารณสุข สคบ. แล้วรู้สึกว่าไม่น่าจะประสบผลสำเร็จ เพราะมีคนไปร้องเรื่องปัญหาที่เทสโก้เยอะมากเลย แต่ไม่มีใครประสบความสำเร็จ แต่หากเป็นพ่อค้าเล็กๆข้างถนน จะเห็นว่าหน่วยงานเหล่านี้จะรีบเดินทางไปปราบทันที
ผมเห็นอย่างนี้ เลยรู้สึกว่ามันเป็นวัฒนธรรมของประเทศไทย คนใหญ่กว่าจะไปบีบเค้า ตำรวจไถตังมอไซค์รับจ้าง 10-20 บาท แต่ถ้าเป็นคนใหญ่หน่อยก็จะมีอภิสิทธิ์ไปทำอะไรเค้าไม่ได้
พอผมเห็นว่า สคบ. เรียกทนายเทสโก้มา คุยกับผม แต่พอผมไปทนายข่มขู่ผม แล้วยื่นนามบัตรมาให้ ทนายเค้าก็นั่งเขียนนามบัตรแล้วเอามาให้ ผมก็อ่าน เค้าก็ขอคืนบอกให้ไปอ่าน มีใจความว่า คิดในสิ่งควรคิด ลืมในสิ่งที่ควรลืม จำในสิ่งที่ควรจำ เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระดับความฉลาดของเราได้ แต่เราสามารถปรับปรุงหนทางในการศึกษาความฉลาดเท่าที่มีอยู่ออกมาใช้ได้ ......นี่เป็นคำที่ทนายที่นายอนุวัตร อธิบดีสคบ.ส่งมาไกล่เกลี่ยกับเรา
ผมไม่รู้ว่าทนายมาไกล่เกี่ยต้องเขียนมาแบบนี้ นึกว่าจะมาคุยกันดีๆ แรกๆเค้าก็คุยดีแต่ต่อมาก็เปลี่ยนมาใช้อารมณ์ เหมือนมีสองจิตสองใจ
ผมเห็นว่าที่สคบ. อย. ไม่ดำเนินเรื่อง ผมเลยเปลี่ยนไปที่กองปราบแทน
มีเจ้าหน้าที่เข้ามาข่มขู่ เป็นผู้น้อย ผมไม่พอใจมาก การขู่ของเค้าจะเป็นทางอ้อมตลอด ถามว่ามาเมืองไทยทำไม มีใบอนุญาต หรือเสียภาษีหรือเปล่า ทำไมพูดไทยได้ เรียนที่ไหน ..... แล้วพูดไปเรื่อยๆกวนไปเรื่อย เค้าบอกว่าถ้าจะเอาเรื่องกับเทสโก้ เด็กที่นำน้ำยามาใช้ก็จะเป็นคนผิดแล้วก็ต้องติดคุกเพราะคุณ ถ้าคุณจะให้เราทำต่อไปเราจะเอาเด็กคนนั้นมาขังไว้ แล้วถามว่าผมจะให้ขังเด็กไว้ไหม ผมก็เลยคิดว่าผมออกไปกีกว่า ทั้งที่โกรธว่าทำไมต้องพูดแบบนี้
ตอนแรกรู้ว่ามีนายของเค้าที่เป็นระดับนายพัน ลักษณะของเค้าเหมือนข่มขู่ ซึ่งผมเรียนรู้คนไทยมาว่าการข่มขู่จะไม่เหมือนเมืองนอกที่ว่ากูจะฆ่ามึงนะ คนไทยจะใช้สุภาษิตพูดอ้อมๆ เรื่อยๆ วัฒนธรรมต่างกัน ผมก็เรียนรู้มาว่ามันเป็นวิธีของคนไทยที่จะอ้างว่าไม่ได้พูดซะหน่อย ไม่ได้ขู่คุณคิดไปเองต่างหาก อันนี้ผมไม่สนใจ แต่ผมรู้อยู่ในใจว่าผมรู้ว่าตำรวจทำอย่างไรกับประชาชนไทย รีดไถอย่างไร
ตำรวจที่พูดแบบนี้ผมพูดตอกไปว่าคุณขายชาติตัวเอง คุณบอกคุณเป็นคนไทย แต่ในสายตาผมคุณเป็นคนหลายชาติ ผมก็ด่าไปเรื่อยจนเค้าบอกว่า หยุดได้ไหม พอแล้ว เค้าไม่อยากขู่เรา นั่นไงแล้วทำทำไม ให้ตัวเองหลายชาติ
คุณห้ามใช้คำว่าฝรั่ง เพราะว่าคุณเป็นฝรั่งแท้ๆ ในใจคุณก็เป็นฝรั่ง พอฝรั่งมาขอเข้าเมืองคุณก็ยอมเค้าเพื่อเงิน คุณก็ให้เป็นฝรั่ง ตอนแรกเค้าเรียกผมว่าฝรั่ง แต่จริงๆไม่ใช่ ผมไม่ยอมให้คนที่มีใจเป็นฝรั่งมาเรียกผมเด็ดขาด เพราะเป็นฝรั่งไม่เกี่ยวกับสีผิวมันเป็นที่ใจ ถ้าเป็นคนทั่วไปเรียกจะไม่ว่าอะไร ผมบอกอย่าพูดคำนี้ดีกว่ามันต้อง ดูตัวเอง ผมรู้แม้กระทั่งตอนเค้าไปว่ายพระว่าเค้าขออะไร ขอให้เกิดเป็นฝรั่งทั้งนั้น
คนไทยหลายคนก็ตกใจว่า ทำไมอ่านใจได้แบบนี้ รู้ความปรารถนาที่อยู่ในใจหมด ผมเคยได้ยินหลายคนสารภาพว่า ถ้าคุณไม่ได้ขายชาติแล้วมาข่มขู่ทำไม
เค้าบอกว่า ผมได้รับเช็คไปแล้ว ขึ้นเงินแล้ว แล้วมาตีโพยตีพายทำไม ผมบอกผมไม่ได้เบิก เค้าเถียงว่าเทสโก้บอกเค้าว่าตรวจสอบแล้วว่าผมเบิกไปแล้ว
แล้วเค้าบอกว่า รู้ไหมว่าถ้าเป็นคนไทยกล้ามาร้องเ |