Transparent Political and Social Analysis
 
Latest News
ตร.ปส.ทางสามแพร่งของทัศนคติ PDF Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Written by Administrator   
ะ’ะตั€ 03 2007 ั€., 13:03
หน้า 21 ตาต่อตา 23-92

ตร.ปส.ทางสามแพร่งของทัศนคติ

เคยบอกเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับยุทธการทุบยานรกมาหลายคดี ตั้งแต่กลุ่มคนที่เสพยาจนปล่อยให้ถูกครอบงำ แล้วกระทำในสิ่งซึ่งเป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง จนถึงวิกฤติต้องวิสามัญฆาตกรรมวายร้ายก็หลายครา

สุดท้ายการปราบปรามอย่างเด็ดเดี่ยว แต่ไม่โดดเดี่ยวของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไทยได้แสดงให้เห็นว่า กลยุทธ์ตามแนวนโยบายคณะรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสามารถกุดหัวเครือข่ายนรก กระทั่งพวกมันล่าถอยไม่เป็นกระบวน นำความปีติสู่ชาวบ้านที่เคยหวาดกลัวภัยมืดของยาเสพติด และซุกตัวอย่างเงียบๆ เพราะไม่กล้ามีปากเสียงกับผู้ทรงอิทธิพล

แต่แล้ววันนี้พวกเขายินดีเปิดตัว เดินหน้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานทำความสะอาดประเทศเสียยกใหญ่ จนได้รับคำเยินยอจากต่างชาติ ขอเข้ามาศึกษาแนวทางปฏิบัติอันนำมาสู่ความสำเร็จระดับประเทศอย่างทั่วถึง

น่าเสียดายคนไทยบางกลุ่มมองการกระทำเพื่อส่วนรวมดังกล่าวต่างออกไป จับเอาประเด็นฆ่าตัดตอนมาเสวนา...สร้างฐานความเชื่อในวงกว้างให้ผู้ไม่รู้มีอคติกับตำรวจ อีกทั้งประสานมือกับกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์ต่างชาติ ร่วมประณามการทำงานอย่างไม่เห็นแก่ความเสียสละที่เจ้าหน้าที่มอบให้ ภายหลังปฏิญาณตนว่าจะรักษ์ชาติยิ่งชีพ

คนร้ายดับอนาถด้วยคมกระสุนตำรวจทีไร เป็นต้องออกมาด่าทอว่ากระทำการเกินเหตุ ปิดปากลูกกระจ๊อกตามใบสั่งนายอะไรก็โม้กันไป ครั้นพอเจ้าหน้าที่พลาดพลั้งสิ้นใจเพราะพวกมันกระหน่ำยิงบ้างกลับนิ่งเงียบ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ครอบครัวของผู้ตายจมกับน้ำตา โดยไร้คำสรรเสริญ บ้างมาทำทีท่าสงสารการจากไปของคนร้าย ออกตัวชี้นำโดยตราคำว่า “แพะ” ขึ้นแปะหน้าคนตาย กลายเป็นว่าฆาตกรตัวจริงคือตำรวจไทยนั่นเอง หากใครคิดเช่นนี้ ลองศึกษากระบวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานเสียใหม่ อย่านำความเลวทรามของปลาเน่าในเครื่องแบบบางตัว มาเทียบเคียงกับพี่พ้องน้องเพื่อนในวงการเดียวกันให้ยำแย่ การจะได้มาซึ่งจุดสิ้นสุดของงานสืบสวนนั่นคือการจับกุม...เจ้าหน้าที่ไม่ได้โยนหัวก้อยหรือหมุนไม้ถามทาง แต่ต้องมาจากข้อมูลหนักแน่น สามารถชี้ตัวผู้กระทำผิดตั้งแต่ระดับปริ่มน้ำ ดำดิ่งสู่เหง้าใต้โคลนตม ล้วงลึกด้วยความถูกต้องของหลักฐานทั้งพยานแวดล้อม บุคคล วัตถุที่ครบครันจึงจะดำเนินการขั้นต่อไป ยกตัวอย่างคดีรวบต่างด้าวค้ายาไอซ์ มูลค่ารวมกว่า 36 ล้านบาท ซึ่งตำรวจปราบปรามยาเสพติดไทย สามารถปิดคดีได้ด้วยแบบแผนปฏิบัติการแยบยล โดยงานนี้ พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผบช.ปส. ได้ยิงคำสั่งไปยังผู้ใต้บังคับบัญชา ให้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวชาวสิงคโปร์และชาวเขาเผ่ามูเซอ ภายหลังรับทราบข่าวในทางลับว่า ทั้งหมดเป็นผู้ค้ายาเสพติดที่เชื่อมโยงกัน หากนำตัวทั้งหมดมาได้

ขั้นตอนขยายผลจะสามารถสาวถึงตัวการใหญ่ได้หลายกลุ่มซึ่งประสานงานลักษณะเครือข่ายพึ่งพากันและกัน ช่วงเช้าวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ผบช.ปส. ได้รับรายงานเกี่ยวกับกลุ่มนี้ว่า กำลังขนถ่ายยาไอซ์หลายกิโลกรัม เพื่อส่งมอบกันในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านซอยพหลโยธิน 40 เขตบางเขน กทม. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบก.ปส.2 กระจายกำลังครอบคลุมบริเวณเส้นทางถนนพหลโยธินขาเข้า พ้นเพลไม่นาน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นชายต่างชาติเทียบเคียงตามรูปพรรณสัณฐาน 2 รายโดยสารรถแท็กซี่ตรงยังโรงแรมเป้าหมาย แต่ชุดเฉพาะกิจยังคงใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวปล่อยทั้งสองตายใจกระทั่งเปิดห้องพัก ไม่นาน...หนึ่งในผู้ต้องสงสัยเดินทางออกจากโรงแรมหายไปร่วม 1 ชั่วโมง แต่ยังอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ ซึ่งติดตามไปและพบว่าเขานัดแนะกับชายอีก 2 คน ต่อมาทั้งหมดได้ย้อนกลับยังโรงแรมพร้อมกระเป๋าเดินทาง 3 ใบขึ้นลิฟต์ของโรงแรม ตรงไปยังห้องพักโดยไม่ตะขิดตะขวงใจว่า มีคนเฝ้ามองอย่างไม่ลดละ ผู้ต้องสงสัยสนทนาในห้องพักคล้ายเจรจาธุรกิจบางอย่างเสร็จสิ้น ไม่นานต่างก็แยกย้ายคนละทิศทาง ผบก.ปส.2 จึงจัดกำลังติดตามตัวทั้งหมดได้ทันควัน

ผู้ต้องหาประกอบไปด้วย 2 ชาวสิงคโปร์ คือ นายตัง ไว ซัน อายุ 38 ปี และนายลี เจอ เซ็ง อายุ 47 ปี ส่วน นายอาซิ่ง แสงจันทร์ อายุ 25 ปี และนายจะวะ อายุ 23 ปี เป็นชาวเขาเผ่ามูเซอทั้งคู่มีภูมิลำเนาใน อ.พบพระ จ.ตาก ตรวจค้นกระเป๋าของกลางพบว่า ซอกแผ่นอลูมิเนียมบริเวณฝากระเป๋า ที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าสีน้ำเงินตัดเย็บเป็นพิเศษนั้น อัดแน่นไว้ด้วยเกล็ดยาไอซ์น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 12 กิโลกรัม รวมถึงอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ 2 ชุด ที่ปัจจุบันราคาแบ่งขายจะอยู่ที่กรัมละ 3 พันบาท รวมมูลค่าของกลางที่ยึดได้ไม่ต่ำกว่า 36 ล้านบาท

สองผู้ต้องหาชาวสิงคโปร์ให้การรับสารภาพว่า ติดต่อให้ชาวเขานำยาเสพติดข้ามฝั่งจากประเทศพม่า โดยนายลีเป็นคนเชื่อมโยงลำดับแรก จากนั้นนายตังจะไปรับเพื่อส่งต่อให้กับแก๊งค้ายาไอซ์ในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์อีกทอด

ข้อมูลเพิ่มเติมจากปากคำผู้ต้องหาทำให้ทราบอีกว่า ในห้องพักเลขที่ 1716 ชั้น 17 แกรนด์ไดมอนคอนโดมีเนียม มีอุปกรณ์การเสพอีก 3 ชุด ปืนกล็อก 9 มม. และโคลท์อย่างละ 1 กระบอก ประกอบด้วยแมกกาซีนบรรจุกระสุน 15 นัด 1 ชุด และขนาดบรรจุกระสุน 30 นัด อีก 1 ชุด เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจค้น และริบของกลางอย่างครบครัน

ผลพวงนอกเหนือไปกว่าการจับกุมคนร้ายทั้งสี่ คือข่าวสารสำคัญเพิ่มเติมหลังสืบสวนที่ อาจช่วยปิดบัญชีเครือข่ายยานรก ซึ่งเกี่ยวดองกันในทุกระบบ ตั้งแต่รายชื่อผู้เสพ ตลาด ตัวการใหญ่ และโรงงาน ความสำเร็จทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากความสามารถเชิงปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคุณธรรมเชิงมนุษยชนในหมู่พี่น้องชาวบ้าน ที่กล้าเปิดปากรายงานทุกครั้งเมื่อพบสิ่งต้องสงสัย

การจะได้แรงใจจากพี่น้องผองไทย เพื่อผลักไสยานรกออกนอกมาตุภูมิ มีต้นสายมาจากหลักการหลายด้าน สิ่งหนึ่งคือความรักชาติ และมองผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง แต่อีกประการขอฝากไว้ก่อนปิดคอลัมน์ประจำสัปดาห์ คือการปลูกฝังทัศนคติแก่เยาวชนที่มีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พยายามอย่าให้รู้สึกอคติหรือหวาดกลัว เพราะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เปรียบเสมือนมิตรแท้ของประชาชน ไม่ควรตอกย้ำให้เด็กเกลียดตำรวจ ตั้งแต่จำความได้ด้วยการขู่ว่าห้ามนอนดึก ห้ามเล่นจนตัวมอมแมมเพราะเดี๋ยวตำรวจจับ ซึ่งการหยอกเย้าประเภทนี้จะฝังใจลูกหลานให้รู้สึกไม่ดีทุกครั้งเมื่อพบเห็นคนในเครื่องแบบ

Last Updated ( ะ’ะตั€ 03 2007 ั€., 13:05 )
<Previous
 
up
หน้าแรก | News | พระราชดำรัส | ที่นี่พญาครุฑ | ยืนข้างความถูกต้อง | คิดไทย เขียนไทย | หมาเฝ้าบ้าน | เศรษฐกิจ | รายงาน | ภาษาของเรา | ศิลปวัฒนธรรม | รักเธอประเทศไทย | สำนักงานกฎหมาย | ตาต่อตา | ยำตำรวจ | ภูธรนครบาล | โฟกัสประเทศไทย | ตอบจดหมาย | สารคดีพิเศษ | ฮ.นิกฮูกี้ | เวทีทรรศน์ | วิพากษ์การเมือง | คนจริง… แผ่นดินไทย | เปิดกรุพระดี | แฟ้มโปลิศ | ยำรวมมิตร | หากข้าพเจ้าเป็นใหญ่ในแผ่นดิน | กลอน | สมุนไพร | คราบคน | รวมเว็บน่าสนใจ | ติดต่อเรา |
up
   
HOME CONTACTS LINKS