หน้า 21 ตาต่อตา 23-94
กรรมติดจรวด
ไม่ว่าผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำพายาเสพติดเข้าราชอาณาจักรไทย หรือตั้งโรงงานผลิตกันเป็นล่ำเป็นสันกลางใจเมืองก็ตาม ขอให้เตรียมนับถอยหลังเข้าไปนอนกินข้าวหลวงในมุ้งสายบัวได้เสียแต่บัดนี้ เพราะคนไทยมีความแข็งแกร่งในการจัดการปัญหาดังกล่าว
นอกจากสายข่าวซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เป็นเบาะแส หาข้อมูลประกอบการติดตามจับกุมคนร้าย จะให้ความกระจ่างมากเพียงพอ...การนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวน ก็นับเป็นอีกหนทางของการขยายผลนำไปสู่ต้นน้ำของขบวนการ
อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่สังคมยังไม่ได้รับคำตอบ ก็คือเกือบ 2 ปีหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตัดริบบิ้นเปิดศึกกับยาเสพติดชนิดถึงลูกถึงคน กระนั้นบรรดานายใหญ่ของขบวนการค้ายาเสพติด ยังคงนั่งนิ่งในมุมมืดไม่มีใครกล้าแตะต้อง อาจมีสาเหตุจากหลักฐานเอาผิดบุคคลนั้นๆยังไม่เพียงพอ หากเจ้าหน้าที่บุ่มบ่ามคงเสมือนการแหวกหญ้าให้งูตื่น นอกจากจับกุมไม่ได้ ยังเสียโอกาสในการนำตัวมาลงโทษในลำดับต่อไป
สิ่งที่พึงปฏิบัติอยู่ ณ ขณะนี้ คือ กวาดต้อนผู้ค้ารายย่อย ผู้เสพและหน่วยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเกี่ยวโยงกัน เช่น แหล่งฟอกเงินมาลงโทษด้วยเหตุผลตามองค์ประกอบความผิด
ข่าวคราวการจับกุมยาบ้ารายใหญ่ ในปริมาณนับล้านเม็ดอย่างที่พบกันบ่อยครั้งในอดีตค่อนข้างเบาบางลง...
เนื่องจากส่วนใหญ่ใช้วิธีกระจายกำลัง เป็นผู้ค้ารายย่อยครอบครองครั้งละหลักร้อยถึงหมื่นเม็ด โดยให้วัยรุ่นที่ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม หรือคนต่างด้าวซึ่งแฝงตัวในรูปนักท่องเที่ยวจัดส่งแทนการขนคราวละมากๆ
บ่อยครั้งเจ้าหน้าที่ต้องทำใจให้ผลผลิตจากนรก เล็ดลอดเข้าไปเป็นบ่อนทำลายชาติที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชน เพราะขาดข่าวสารเที่ยงตรงสำหรับสอดส่องความเคลื่อนไหวคนกลุ่มนี้ ภาพรวมจากคนที่จ้องจับผิด จึงถูกสรุปเอาง่ายๆว่า ยังไม่สามารถดำเนินตามนโยบายแข็งกร้าวของนายกฯได้ดีพอ รวมถึงถูกตั้งข้อสันนิษฐาน เจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมกับขบวนการค้ายา
จุดนี้ต้องใช้วิจารณญาณอย่างถี่ถ้วน ใช่ว่าการจับกุมไม่ได้คือเจ้าหน้าที่ตั้งใจเอาเป็นหูไปนาเอาตาไปไร่เสมอไป เพราะงานสืบสวนไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่ชาวบ้านคิด ข้อมูลที่ผิดพลาดหรือไม่สมดุล อาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ต้องสงสัย ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ง่ายๆ เช่นประวัติฉาวของชุดเฉพาะกิจ ปิดล้อมถล่มบ้านตายาย ศตะกูรมะ ใน ต.เชียงรากน้อย อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเสมือนวิกฤติการดิสเครดิตตำรวจไทย ให้ถูกชาวบ้านประณามหยามเหยียด
มีอยู่บ่อยครั้งกับเบาะแสโยงไปถึงเอเย่นต์โลภมาก หวังทำรายได้เป็นกอบกำในชั่วพริบตาหอบยานรกครั้งละมากๆ กลายเป็นเป้าใหญ่ของการจับกุม
กรณีตัวอย่างเกิดขึ้นเมื่อราว 4 ทุ่ม 25 กันยายนที่ผ่านมา พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ธีระพล จินดาหลวง ผกก.สภ.อ.พนัสนิคม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจนำ โดย ร.ต.อ.ถนัด ประชาชัยศิริ สวป. พร้อมกำลังประมาณ 20 นาย ได้ตั้งด่านตรวจขึ้นที่บริเวณถนนสายไผ่-สระสี่เหลี่ยม หมู่ที่ 6 ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ภายหลังรับทราบเบาะแสว่า จะมีการขนย้ายยาบ้าจำนวนมากเข้าพื้นที่ จ.ชลบุรี
เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถกระบะสีแดงวิ่งด้วยความเร็วสูง ครั้นโบกให้จอดกลับฝ่าด่าน และวิ่งเลยไปประมาณ 300 เมตร คนขับรถกลับจอดรถในทันที จากนั้นเปิดประตูหลบหนีลงไปในคูน้ำข้างทางลักษณะกว้างหลายเมตร ซึ่งในที่สุดก็ไปไหนไม่รอด เมื่อตำรวจกระโดดตามลงไปตะครุบตัวไว้ได้
สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ต้องสงสัยรายนี้คือจู่ๆ เขาก็มีอาการเหนื่อยหอบ อาการอาเจียนตลอดเวลา จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลพนัสนิคม...
ขณะคนเจ็บเดินทางไปโรงพยาบาล กำลังเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งเข้าตรวจค้นรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน ป-5327 ฉะเชิงเทรา พบยาบ้าบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษมัดรวมกัน 200 มัด นับจำนวนรวม 410,000 เม็ด บริเวณด้านที่นั่งตอนท้าย
ไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบจากแพทย์เจ้าของไข้ว่า ผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยอาการน้ำท่วมปอด และหัวใจล้มเหลวเป็นผลมาจากเสพยาเกินขนาด สภาพตัวเขียวมีคราบของการอาเจียนเป็นเลือด คาดว่าขณะกำลังหนีเขาได้นำยาบ้าจำนวนหนึ่งกรอกปากตนเอง
ตรวจสอบหลักฐานที่ติดตัวผู้ตายนอกจากเงินสด 28,000 บาทแล้ว ยังทราบว่าคือ นายบัญชา กอบประดิษฐ์ อายุ 50 ปี มีภูมิลำเนาใน ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของบ่อเลี้ยงปลากว่า 20 ไร่อยู่ที่หมู่ 6 ตำบลท่าข้าม อ.พนัสนิคม
วันต่อมา (26 กันยายน) พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผบช.ภ.2 และ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้ร่วมกันแถลงข่าว ระบุว่าจากการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต พบมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินบริเวณตำบลท่าข้าม รวม 2 แปลงเนื้อที่กว่า 20 ไร่มูลค่า 2 ล้านบาท บ้านพร้อมที่ดินอีก 5 ไร่ที่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา รถกระบะ 1 คัน รถไถนา 2 คัน สมุดฝากเงินธนาคาร 4 เล่ม รวมทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 5 ล้านบาท ทางตำรวจจึงต้องอายัดไว้เพื่อประกอบการสืบสวน โดยเบื้องต้นคาดว่าทรัพย์สินน่าจะมาจากการฟอกเงินหลังค้ายาเสพติด และอาชีพบ่อเลี้ยงปลาคือฉากหน้าของนายบัญชา
ส่วนศพนั้นต้องมีการชันสูตรพลิกศพอีกครั้งว่า ก่อนหน้าฝ่าด่านเจ้าหน้า และฆ่าตัวตายด้วยการกินยาบ้ากำใหญ่นั้น เขาได้เสพยาบ้าอยู่ก่อนแล้วหรือไม่
วิธีหนีความผิดของนายบัญชา คือผลพวงความกลัวหลังมองเห็นอนาคตรำไร ในการใช้ชีวิตคนคุกของตน จึงตัดช่องน้อยแต่พอตัวทำอัตวินิบาตกรรม
หากภพหน้ามีจริงหวังว่า ผลกรรมหลังก่อทุกข์เข็ญแก่ประเทศชาติ จะทำให้เจ้าตัวมีชีวิตหลังความตายอย่างทรมานทรกรรม เกิดชาติใหม่จงไร้เกียรติศักดิ์ ถูกประณามจมอยู่กับความเศร้า ไม่ได้แช่ง...แค่อวยพรให้สมหวัง เพราะเห็นชอบข้องเกี่ยวกับนรกอัดเม็ด
|