หน้า 28-29 ภูธรนครบาล 23-81
จากใจ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ
ถึง สัก กอแสงเรือง

ความมั่นคง เป็น องค์
หรือส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ชาติบ้านเมืองอยู่กันร่วมเย็นเป็นสุข
การก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่มีเงื่อนไขต่อ ความมั่นคงภายในประเทศ โดยรายละเอียดปลีกย่อยหรือข้อเท็จจริงบางประการ
ไม่สามารถนำเสนอเป็นบทความต่อสาธารณชนได้ ด้วยเหตุผลคำว่า ความมั่นคง บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 จึงได้บัญญัติไว้ในหลายมาตรา ระบุเป็น
กรณีที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน
ขณะนี้ปัญหาของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กอปรกับมีหลายคำถามโยงใยและสอดคล้องกับรากเหง้าปัญหาเดิมๆ จึงทำให้ วุฒิสภา ได้ทวงถามถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้อธิบาย และสร้างความกระจ่างให้เกิดกับสังคมส่วนรวม
พญาครุฑ ฉบับนี้ขอนำเสนอบทความ ที่มาจากหนังสือโต้ตอบ ระหว่าง นายสัก กอแสงเรือง กับ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอง ผบ.ตร. ซึ่งกลายเป็นข้อถกเถียงและทุกวันนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้
แหล่งข่าวระบุว่า นายสัก กอแสงเรือง ในฐานะประธาน คณะกรรมการวิสามัญพิจารณาศึกษากรณีการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร วุฒิสภา ได้ส่งหนังสือฉบับแรก ถึง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ ลงวันที่ 30 มี.ค.2547 เรื่องขอให้พิจารณามอบหมายให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอง ผบ.ตร. เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เนื้อหาในหนังสือมีดังนี้
ด้วยที่ประชุมวุฒิสภา ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาศึกษากรณีการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร แล้วนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาและเห็นว่า พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบการทำคดีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีมติให้เชิญเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าว ในวันศุกร์ที่ 2 เม.ย.2547...ณ...อนึ่ง คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้มีหนังสือถึง ผบ.ตร. และพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอง ผบ.ตร. ด้วยแล้ว
โดย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอง ผบ.ตร. ได้ส่งหนังสือตอบกลับถึง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่...ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา วันที่ 1 เม.ย.2547 เรื่องการเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ
ตามหนังสือสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่...ลงวันที่ 30 มี.ค.2547 ...ขอเรียนว่าเรื่องนี้ พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้ารับผิดชอบในการสืบสวนการหายตัวของนายสมชาย และข้าพเจ้ากำลังปฏิบัติหน้าที่สำคัญเร่งด่วนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้
ต่อมา ได้มีการส่งหนังสือฉบับที่สองถึง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอง ผบ.ตร. โดยตรง และไม่ผ่านการพิจารณาของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตามหนังสือที่...ลงวันที่ 2 เม.ย.2547 เรื่องขอเชิญเข้าร่วมประชุมฯ เพื่อให้ข้อมูลรูปภาพที่ปรากฏเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์...
ด้วย...คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้มีการประชุมและพิจารณารูปภาพ ผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งปรากฏในหนังสือพิมพ์...ฉบับวันพุธที่ 25 ก.พ.2547 หน้า 5 คณะกรรมาธิการวิสามัญฯพิจารณาเห็นว่า มีรูปท่านแต่งเครื่องแบบอยู่ในรูปภาพดังกล่าว และผู้ต้องหาที่ทำแผนฯอยู่นั้น ปัจจุบันฝากขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 คน ในรูปภาพ ทำร้ายร่างกายเพื่อให้ยอมรับสารภาพ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯจึงมีมติขอเชิญท่านเข้าร่วมประชุม...เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นกรณีดังกล่าว ในวันพุธที่ 7 เม.ย.2547...ณ...อนึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้มีหนังสือเรียน ผบ.ตร. และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯแล้ว
เหมือนเช่นเคย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ได้ตอบกลับตามหนังสือฉบับที่สอง ที่...ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี วันที่ 7 เม.ย.2547 ตามหนังสือที่อ้างถึง ขอเชิญข้าพเจ้าร่วมประชุมฯ เพื่อให้ข้อมูลกรณีการหายตัวไปของนายสมชาย ในวันพุธที่ 7 เมษายน 2547...ณ...
เนื่องจาก ส.ต.ท.สมเกียรติ โลสะเหม ผบ.หมู่ (ป) สภ.อ.มายอ จว.ปัตตานี ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต ขณะเดินทางกลับบ้านพัก เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2547 เหตุเกิดที่ ต.ปาลัล อ.มายอ จว.ปัตตานี และเกิดเหตุการณ์ก่อความไม่สงบใน จว.ยะลา และจว.นราธิวาส อีกหลายคดี ข้าพเจ้ามีภารกิจเร่งด่วนที่ต้องปฏิบัติ ไม่สามารถเดินทางมาเข้าร่วมประชุมได้
จนกระทั่งวันที่ 9 เม.ย.2547 ได้มีหนังสือฉบับที่สาม ที่...จากวุฒิสภา ถึง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ มีใจความว่า เรื่องขอให้มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ พล.ต.ท.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ และพล.ต.ต.จักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา เข้าร่วมประชุมฯ อ้างถึงหนังสือวุฒิสภา ที่...ลงวันที่ 30 มี.ค.2547, ลงวันที่ 1 เม.ย.2547 และลงวันที่ 2 เม.ย.2547 เนื้อหาของหนังสือ ก็คือ ...โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มีอำนาจออกคำสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใด มาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นได้ตาม มาตรา 189 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ในการนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้กำหนดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษากรณีดังกล่าว ในวันพุธที่ 21 เม.ย.2547...ณ...และมีมติให้เชิญบุคคลดังต่อไปนี้ เข้าร่วมประชุมฯ
1.พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอง ผบ.ตร. เพื่อชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงในการดำเนินคดีเกี่ยวกับความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกรณีการหายตัวไปของนายสมชาย ตลอดจนกรณีที่มีผู้ต้องหาจำนวน 5 คน ในคดีก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 คน ในรูปภาพการทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์...ฉบับวันพุธที่ 25 ก.พ.2547 ทำร้ายร่างกายเพื่อให้ยอมรับสารภาพ
2.พล.ต.ท.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ ผบช.น.และ พล.ต.ต.จักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา รอง ผบช.น. ชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงและความคืบหน้าในการดำเนินการสอบสวนกรณีการหายตัวไปของนายสมชาย
ทั้งนี้เพื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จะได้นำไปเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาศึกษา และจัดทำรายงาน เสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาต่อไป อนึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้เชิญ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอง ผบ.ตร.เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แล้ว 2 ครั้งและได้เชิญ พล.ต.ท.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ ผบช.น.และพล.ต.ต.จักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา รอง ผบช.น. เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากบุคคลดังกล่าวแต่ประการใด ดังนั้นจึงใคร่ขอให้ท่านกำชับบุคคลดังกล่าวข้างต้นปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 189 วรรคสอง โดยเคร่งครัด...
ในส่วนของหนังสือฉบับที่สาม คณะกรรมการอำนวยการประสานงานรัฐสภาของ ตร. ได้ทำหนังสือส่งต่อดังนี้ เรียน ที่ปรึกษากฎหมาย (สบ 11) ว่า
3.ข้อพิจารณา...เห็นควรให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ ผบช.น. และพล.ต.ต.จักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา รองผบช.น. เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการฯ และ 4. ข้อเสนอ...จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาตามข้อ 3 หรือเห็นสมควรประการใดขอได้โปรดสั่งการ
แต่ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ได้ส่งหนังสือถึง ผบ.ตร. ในวันที่ 20 เม.ย.2547 ความว่า ที่... เรื่อง การเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ตามบันทึกสั่งการ ท่านลงวันที่ 20 เม.ย. 2547 ท้ายหนังสือคณะทำงานประสานงานรัฐสภาของ ตร. ที่...วันที่ 16 เม.ย.2547 แจ้งให้กระผมเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการศึกษา...ในวันที่ 21 เม.ย. 2547
เนื่องจากกรณีที่แจ้งให้กระผมเข้าร่วมประชุมชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริง...และตร.ได้มีคำสั่งที่...วันที่ 5 ม.ค.2547 แต่งตั้งให้กระผมเป็นประธานกรรมการสืบสวนสอบสวน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดี อันเป็นกรณีที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน จึงเป็นเหตุยกเว้นทำให้ไม่อาจไปชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริง ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 189 วรรค 3 ได้ อนึ่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้เคยมีหนังสือเชิญเข้าร่วมประชุมมาแล้ว 2 ครั้ง แต่เนื่องจากกระผมอยู่ในระหว่างปฏิบัติภารกิจสำคัญเร่งด่วนในภาคใต้ จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ รายละเอียดตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้
หลังจากนั้นมีหนังสือฉบับที่ 4 ส่งถึง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ ที่...วันที่ 21 เมษายน 2547 เรื่องขอให้มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เข้าร่วมประชุมฯ อ้างอิงหนังสือวุฒิสภา 3 ฉบับ ลงวันที่ 30 มี.ค.2547, ลงวันที่ 2 เม.ย.2547 และลงวันที่ 9 เม.ย.2547
ด้วยที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มีอำนาจออกคำสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใด มาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นได้ตามมาตรา 189 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ในการนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้กำหนดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษากรณีดังกล่าว ในวันศุกร์ที่ 23 เม.ย.2547...ณ...และมีมติให้เชิญ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอง ผบ.ตร. เข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริงในการดำเนินคดีเกี่ยวกับความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกรณีการหายตัวไปของนายสมชาย ตลอดจนกรณีที่มีผู้ต้องหาจำนวน 5 คน ในคดีก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 3 คน ในรูปภาพการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์...ทำร้ายร่างกายเพื่อให้ยอมรับสารภาพ
...อนึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้เชิญ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอง ผบ.ตร. เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แล้ว 3 ครั้ง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากบุคคลดังกล่าวแต่ประการใด ดังนั้นจึงใคร่ขอให้ท่านกำชับบุคคลดังกล่าวข้างต้นปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 189 วรรคสอง โดยเคร่งครัด
แล้วหนังสือฉบับที่ห้าก็ส่งถึง ผบ.ตร. อีกครั้ง ที่...วันที่ 23 เม.ย.2547 เรื่องขอให้พิจารณามอบหมายให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะและพล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ เข้าร่วมประชุมฯ อ้างถึง หนังสือวุฒิสภา 5 ฉบับ ลงวันที่ 30 มี.ค.2547, ลงวันที่ 2 เม.ย.2547, ลงวันที่ 9 เม.ย.2547, ลงวันที่ 9 เม.ย.2547 และลงวันที่ 21 เม.ย.2547 ความว่า
ด้วยที่ประชุมวุฒิสภา...โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มีอำนาจออกคำสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใด มาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นได้ตามมาตรา 189 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการนี้ได้กำหนดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษากรณีดังกล่าว ในวันที่ 28 เม.ย.2547 และมีมติให้เชิญ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอง ผบ.ตร. และพล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ ผบก.ป. เข้าร่วมประชุมฯ เพื่อชี้แจงข้อมูล...
มีการตอบรับหนังสือฉบับที่ห้าดังนี้ ที่...วันที่ 26 เม.ย.2547 เรื่อง การเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ วุฒิสภา เรียน ผบ.ตร.
1.ต้นเรื่อง...ตามหนังสือประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่...ลง 23 เม.ย.2547 ให้
ข้าพเจ้าไปชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงในการดำเนินคดี เกี่ยวกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกรณีการหายตัวไปของนายสมชาย ฯลฯ
2.ข้อเท็จจริง... ข้าพเจ้าขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อทราบว่า กรณีที่คณะกรรมาธิการแจ้งว่าได้เชิญข้าพเจ้า ตามหนังสือวุฒิสภาที่แนบมาเป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ม.189 วรรคสอง คณะกรรมาธิการมีอำนาจออกคำสั่งเรียกบุคคลมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่นั้นได้ ทั้งนี้หากบุคคลตามวรรคสองเป็นข้าราชการหน่วยงานของรัฐ ให้ประธานคณะกรรมาธิการแจ้งให้รัฐมนตรี ซึ่งผู้บังคับบัญชาซึ่งกำกับดูแลหน่วยงานที่บุคคลนั้นสังกัดทราบ และมีคำสั่งให้บุคคลนั้นดำเนินการตามวรรคสอง เว้นแต่เป็นกรณีที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ให้ถือว่าเป็นเหตุยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามวรรคสอง
ตามที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แจ้งว่าได้มีหนังสือเชิญข้าพเจ้า 5 ครั้ง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือไปประชุมนั้น ขอเรียนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องดังนี้
1.มีโทรสารถึง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ ส่งถึงข้าพเจ้าให้ไปร่วมประชุมชี้แจงครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2547 ตามหนังสือที่...ลง 30 มี.ค. 2547 กรณีการหายตัวไปของนายสมชาย ปรากฏว่าข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่สำคัญเร่งด่วนอยู่ที่ภาคใต้ ไม่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาตามระเบียบทางราชการแต่ประการใด ประกอบกับคดีนายสมชายหายตัวไป เหตุเกิดในกรุงเทพฯ ซึ่งข้าพเจ้าไม่ทราบข้อเท็จจริง จึงได้แจ้งเหตุขัดข้องไม่สามารถไปร่วมประชุมให้ทราบแล้ว ตามหนังสือข้าพเจ้าที่...ลงวันที่ 1 เม.ย. 2547
2.มีโทรสารวุฒิสภา ที่...ลง 2 เม.ย. 2547 ให้ข้าพเจ้าไปประชุมตามประเด็นตามข้อ 1 ในวันที่ 7 เม.ย.2547 โดยข้าพเจ้ายังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ภาคใต้โดยตลอด จึงได้แจ้งเหตุข้อขัดข้องไม่สามารถไปร่วมประชุมให้ทราบแล้ว ตามหนังสือข้าพเจ้า ที่...ลง 7 เม.ย.2547
3.มีหนังสือประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่...ลง 9 เม.ย.2547 ถึง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ มีหนังสือที่...ลง 12 เม.ย.2547 ถึง รรท.ผบ.ตร. แจ้งให้ข้าพเจ้าไปร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการฯ ในวันที่ 21 เม.ย. 2547 และ รรท.ผบ.ตร.มีบันทึกต่อท้ายลงวันที่ 20 เม.ย. 2547 ให้ข้าพเจ้า, พล.ต.ท.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ ผบช.น., พล.ต.ต.จักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา รอง ผบช.น. เข้าร่วมประชุมฯ
ข้าพเจ้าพิจารณาเห็นว่า ตามประเด็นที่ให้ข้าพเจ้าไปประชุมในส่วนเกี่ยวข้อง ตามหนังสือดังกล่าว ได้แก่ข้อเท็จจริงในการดำเนินคดีเกี่ยวกับก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นกรณีกบฏแบ่งแยกดินแดน การก่อการร้ายอันเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของชาติ หรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนอันพึงต้องรักษาเป็นความลับในระดับสอง เป็นเหตุยกเว้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ตาม ม.189 วรรคสาม ข้าพเจ้าจึงได้มีหนังสือที่...ลง 20 เม.ย.2547 รายงานเหตุให้ รรท.ผบ.ตร. เพื่อนำเรียนให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ และผู้เกี่ยวข้องทราบแล้ว
4.มีโทรสารวุฒิสภา ที่...ลง 21 เม.ย. 2547 ถึง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ มีหนังสือที่...ลง 22 เม.ย.2547 ถึง ผบ.ตร. ขอให้แจ้งผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมตามกำหนด ซึ่งไม่ได้มีการแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบแต่อย่างใด โดยในวันที่ 23 เม.ย.2547 ข้าพเจ้ามีภารกิจสำคัญนำสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่...ลงวันที่ 23 เม.ย.2547 อันเป็นคดีกบฏแบ่งแยกดินแดน ไปส่งให้อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา
5.มีโทรสารวุฒิสภา ที่...ลง 23 เม.ย. 2547 ถึง ผบ.ตร. แจ้งให้ข้าพเจ้าไปร่วมประชุมในส่วนที่เกี่ยวข้อง
3. ข้อพิจารณา...เนื่องจากการดำเนินคดีเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการก่อการร้ายกบฏแบ่งแยกดินแดน เป็นกรณีที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของชาติ หรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน อันเป็นเหตุยกเว้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 มาตรา 189 วรรคสาม ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 189 วรรคสอง
4. ข้อเสนอ...เห็นควรมีหนังสือแจ้งให้ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้ทราบต่อไป
สำหรับหนังสือฉบับนี้ พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ รักษาการ ผบ.ตร. ได้ทำหนังสือชี้แจงแนบท้ายว่า ที่...วันที่ 26 เม.ย.2547 เรื่องสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งข้อขัดข้องที่ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ไม่อาจมาชี้แจงแถลงฯ ต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้ ความว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแจ้งให้ทราบว่าข้อมูล ข้อเท็จจริงในการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นกรณีที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ให้ถือว่าเป็นเหตุยกเว้น ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 มาตรา 189 วรรคสาม ทำให้ไม่อาจมาชี้แจง แถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นได้
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ได้ส่งหนังสือชี้แจงต่อ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่...วันที่ 26 เม.ย.2547 เรื่องแจ้งเหตุขัดข้องการเข้าร่วมประชุมฯ เพื่อโปรดทราบ ตามหนังสือ ตร. ที่...ลง 26 เม.ย. 2547 เรื่องสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งข้อขัดข้องที่ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ไม่อาจไปชี้แจง แถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้ พร้อมนี้ได้แนบเอกสารที่เกี่ยวข้องมาด้วยแล้ว
ทั้งหมดเมื่อนำมาพิจารณาตาม มาตรา 189 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ที่บัญญัติไว้ว่า สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา มีอำนาจเลือกสมาชิกของแต่ละสภาตั้งเป็นคณะกรรมาธิการสามัญ และมีอำนาจเลือกบุคคลผู้เป็นสมาชิกหรือมิได้เป็นสมาชิก ตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อกระทำกิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใดๆอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาแล้วรายงานต่อสภา มติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าวต้องระบุกิจการหรือเรื่องให้ชัดเจนและไม่ซ้ำหรือซ้อนกัน
คณะกรรมาธิการตามวรรคหนึ่งย่อมมีอำนาจออกคำสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใด มาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นในกิจการที่กระทำหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่นั้นได้
ในกรณีที่บุคคลตามวรรคสองเป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ให้ประธานคณะกรรมาธิการแจ้งให้รัฐมนตรีซึ่งบังคับบัญชาหรือกำกับดูแลหน่วยงานที่บุคคลนั้นสังกัดทราบและมีคำสั่งให้บุคคลนั้นดำเนินการตามวรรคสอง เว้นแต่เป็นกรณีที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ให้ถือว่าเป็นเหตุยกเว้นการปฏิบัติตามวรรคสอง
เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 157 และมาตรา 158 นั้น ให้คุ้มครองถึงบุคคลผู้กระทำหน้าที่ตามมาตรานี้ด้วย
กรรมาธิการสามัญซึ่งตั้งจากผู้ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ต้องมีจำนวนตามหรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมืองหรือกลุ่มพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร
ในระหว่างที่ยังไม่มีข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 191 ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้กำหนดอัตราส่วนตามวรรคห้า
ดังนั้นความขัดแย้งทางด้านความคิดระหว่าง นายสัก กอแสงเรือง ประธานฯคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กับ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รอง ผบ.ตร. เกิดขึ้นภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540
พิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ท่านผู้อ่านว่า ใครถูก ??? |