|
Written by Administrator
|
|
ะะธะฟ 06 2005 ั., 19:02 |
|
หน้า 8 คิดไทย เขียนไทยเล่ม2-9
โธ่เอ๋ย
รถไฟไทย

นานๆผมจะได้มีโอกาสเข้ากรุงเทพฯ เป้าหมายแรกก็คือไปหาลูก เป้าหมายต่อๆไปก็จะถือโอกาสไปเยี่ยมเยือนเพื่อนฝูง คิดว่าจะไปหาท่านเจ้าเมืองสมุทรสงคราม คุณวรเกียรติ สมสร้อย จะไปกินปลาทูกับหอยหลอดแม่กลองสักมื้อ จะไปหาท่านพลโทนิพนธ์ สีตบุตร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกรมราชองครักษ์ เพื่อนรักนักเรียนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานเต็มที จะไปชื่นชมบารมีท่าน คิดว่าจะไปเยี่ยมเพื่อนร่วมงานเก่าๆที่กองบรรณาธิการ นสพ.ไทยรัฐ คิดว่าจะไปเฮฮากับเพื่อนปัญญา นิ่มเจริญพงษ์ อดีตตากล้องภาพยนตร์ระดับตุ๊กตาทอง และอีกหลายๆเพื่อนที่มาประกอบสัมมาอาชีวะอยู่ที่เมืองหลวง
เป้าหมายต่อไปก็จะไปเยี่ยมสำนักงาน นสพ.พญาครุฑ ไปหาน้องรัก คุณภาณุวัฒน์ วรพิชญางกูร บรรณาธิการอำนวยการตัวเล็กผู้ยิ่งใหญ่ ไปรู้จักน้องๆในสำนักงานและจะถือโอกาสให้คุณภาณุวัฒน์ พาไปรู้จักพี่ชายที่แสนดีของเขา ท่านพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล จะขอหนังสือ คมเสธ.แดง พร้อมลายเซ็นไว้เป็นที่ระลึกสักหนึ่งชุด หวังว่าจะได้พบท่านพันเอกจะเด็ด ชูศักดิ์ ที่ปรึกษา นสพ.พญาครุฑ ที่ผมติดตามอ่านผลงานของท่านอย่างสม่ำเสมอด้วยความนับถือ และหวังว่าจะได้เสื้อเพื่อนเสธ.จะเด็ด เอาไว้ไปใส่อวดสาวๆบ้านผมสักตัว แต่ทั้งหลายทั้งปวงที่วาดหวังไว้กลับผิดพลาดหมด ด้วยเหตุแห่งความจำเป็นในเรื่องอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความจำกัดในเรื่องของเวลา จะได้พบก็แต่น้องรักภาณุวัฒน์ ได้กินข้าวกินปลากันพออิ่มหนำสำราญด้วยเวลาอันสั้นเท่านั้นเอง มากรุงเทพฯทั้งที แหล่งที่ผมจะต้องไปให้ได้ ก็คือไปซื้อหนังแผ่นวีซีดี และ ดีวีดี ราคาย่อมเยาที่พันธุ์ทิพย์พลาซ่าและที่ตลาดคลองถม เมื่อก่อนโน้น เวลาผมไปเดินหาซื้อแผ่นที่แหล่งขายใหญ่ทั้งสองนั้น จะเห็นหนังแผ่นลามกวางขายกันเกลื่อนอย่างชนิดไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ไอ้หนุ่มปากเปราะที่ขายหนังพวกนั้นเห็นผมเดินผ่านจะส่งเสียงทักทายเชิญชวนว่า ป๋าเอาไหม สองแผ่นร้อย ผมก็ได้แต่ยิ้มให้มัน อยากจะบอกว่า ไอ้หนูเอ๋ยป๋าน่ะหมดไฟไปแล้วละโว้ย! พูดถึงหนังลามก มีอยู่คราวหนึ่ง ผมเห็นกับตา มีไอ้หนุ่มอีสาวเข้าใจว่าจะเป็นผัวเมียกัน ยืนขายหนังเอ็กซ์ล้วนๆอยู่ข้างแผงหนัง วีซีดี ทั่วไป มีผู้หญิงหลายคนไปยืนค้นยืนเลือกหนังกันอย่างหน้าตาเฉยไม่มียางอายไอ้ที่ร้ายที่สุดก็คือไอ้โล้นห่มเหลืองรายหนึ่ง เดินไปที่หลังแผงหนังลามกกระซิบกระซาบกับไอ้หนุ่มสองสามคำ เอาเงินยื่นให้สองร้อย จากนั้นไอ้หนุ่มนั่นก็รวบรวมหนังเอ็กซ์ยัดใส่ย่ามไอ้โล้น รายนั้นเดินตัวปลิวไป ไอ้หนุ่มคนขายหนังสือลามกมันเห็นผมจ้องมองมันด้วยสายตาที่ตำหนิพฤติกรรมของมันอย่างแจ่มชัด มันคงจะละอายใจบ้างกระมัง หันไปหานังเมียสาวของมันแล้วพูดดังๆให้ผมได้ยินว่า ถ้าไม่ขายมัน มันก็ไปหาซื้อที่อื่นได้ ท่านที่นับถือครับ ด้วยความเคารพ ผมจำเป็นเหลือเกินที่จะต้องเรียกไอ้เปรตที่มันโกนหัวห่มเหลืองสะพายย่ามไปซื้อหนังลามกว่า ไอ้โล้นห่มเหลือง ผมทำใจไม่ได้ที่จะเรียกมันในฐานะอันสูงส่งของความเป็นผู้ประเสริฐเหนือมนุษย์ที่ชาวพุทธกราบไหว้กัน ! นึกในใจว่า เออถ้ามันอยากจะดู ทำไมไม่กลับไปเป็นคนปกติเสีย จะนั่งดูนอนดูยังไงก็ได้ ทำไมมันจะต้องมาทำร้ายทำลายศาสนากันแบบนั้นหนอ ไอ้นรกจวกกบาลเอ๋ย ? ที่พันธุ์ทิพย์กับที่คลองถมวันนั้น แปลกไปมากก็คือ ไอ้พวกหนังอย่างว่าหายไปอย่างชนิดที่เรียกว่าผิดปกติ แม้จะมีบ้างก็ส่วนน้อยเป็นประเภทที่แอบๆซ่อนๆอยู่หลังร้านไม่ขายกันเปิดเผยเหมือนก่อน เข้าใจว่าคงจะเป็นผลจากการปราบปรามอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็อาจเป็นได้ สำหรับการเดินทางในเมืองหลวงนั้น ผมมักจะใช้บริการรถแท็กซี่ เพื่อจะได้ยินพวกเขาเล่าสู่กันฟังในเรื่องการบ้านการเมืองบ้าง เรื่องจิปาถะบ้าง ผมถามถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในอนาคตอันใกล้นี้ว่าใครที่อยู่ในข่ายน่าเลือกได้รับคำตอบที่ชวนประหลาดใจว่า แท็กซี่หลายคนสนใจ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ พวกเขาสรุปว่ามันบ้าดี !! วันเดินทางกลับ ผมไปรอขึ้นรถไฟที่สถานีสามเสน ซื้อตั๋วชั้นที่สอง เตรียมขึ้นขบวนรถเร็วกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ขบวนที่ 109 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2547 พอรถไฟมาถึง ผมไปที่ชั้นสองซึ่งมีอยู่ตู้เดียวตอนท้ายขบวน ขึ้นไปแล้ว เห็นสภาพภายในก็เกิดอาการเซ่อรับประทาน ! เมื่อแรกนั้นผมเข้าใจว่า รถเร็วชั้นสองจะเป็นรถตู้ปรับอากาศ เหมือนกับรถเร็วชั้นสองขบวนอื่นๆ เช่นขบวน ศิลาอาสน์-กรุงเทพฯ แต่กับขบวนรถไฟ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ชั้นสอง เป็นพัดลมธรรมดา สภาพที่นั่งก็ทรุดโทรม ตั้งเอียงไปเอียงมา นึกแปลกใจอยู่แล้วว่า ทำไมค่าโดยสารจึงถูกกว่าที่เคยเดินทางโดยขบวนรถไฟชั้นสองที่เป็นรถเร็วขบวนอื่น ไม่เข้าใจว่าทำไมการรถไฟจึงเอารถตู้ชั้นสองที่มีสภาพแย่มากแบบนั้นมาพ่วงกับขบวนรถเร็วสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ซึ่งมีคนต่างชาติใช้บริการอยู่มิใช่น้อย น่าจะนึกอายพวกเขาบ้าง ถ้าคุณทักษิณ ชินวัตรหมู่เฮาจาวเหนือ ไม่ว่างพอที่จะไปทดลองนั่งขบวนรถเร็วสายนี้ ก็น่าจะให้คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้ากระทรวงคมนาคมไปลองขึ้นดู เผื่อจะนึกอายสภาพของมัน แล้วไอ้ที่ชื่อว่ารถเร็วนั่นน่ะ มันก็ไม่เร็วอะไรนักหนาหรอกครับ เพราะมันยังเสียเวลาตามมาตรฐานรถไฟไทยขบวนอื่นๆนั่นแหละครับ น่าจะคิดออกหวยเอามาพัฒนารถไฟไทยบ้างนะครับ จ้าวนายยยย
มนตรี มณีรุ่ง
|
|
Last Updated ( ะะธะฟ 06 2005 ั., 19:21 )
|