Transparent Political and Social Analysis
 
Latest News
จับตาทักษิณรีเทิร์นประชานิยม ภาค 2 PDF Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Written by Administrator   
ะ‘ะตั€ 08 2005 ั€., 08:13
หน้า 26-27 ที่นี่พญาครุฑ เล่ม 24-105

จับตาทักษิณรีเทิร์น
ประชานิยม ภาค 2

Taksin

ป่านนี้คงรู้กันทั่วแล้วว่า ผลการเลือกตั้ง 6 กุมภาพันธ์ 2548 เป็นเช่นไร

            ใครได้เสียงข้างมาก จัดตั้งรัฐบาล

            เป็นรัฐบาลพรรคเดียวหรือมากกว่า 1 พรรคร่วมกัน

            4 ปีของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พรรคไทยรักไทย เราต่างได้ยินคำว่า “ประชานิยม” กันคุ้นหู

หน้า 26-27 ที่นี่พญาครุฑ เล่ม 24-105

 

                                    จับตาทักษิณรีเทิร์น

                             ประชานิยม ภาค 2

 

          ป่านนี้คงรู้กันทั่วแล้วว่า ผลการเลือกตั้ง 6 กุมภาพันธ์ 2548 เป็นเช่นไร

            ใครได้เสียงข้างมาก จัดตั้งรัฐบาล

            เป็นรัฐบาลพรรคเดียวหรือมากกว่า 1 พรรคร่วมกัน

            4 ปีของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พรรคไทยรักไทย เราต่างได้ยินคำว่า “ประชานิยม” กันคุ้นหู

            เป็นคำพูดที่มีความหมายให้รู้ในน้ำเสียงนั้นว่ามีอารมณ์ประชดและแดกดันอยู่ในที

            แต่ก็มีหลายคนในหลายพรรคการเมืองคู่แข่งโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคมหาชน นำเสนอนโยบายในลักษณะเดียวกันกับที่พรรคไทยรักไทยเคยนำเสนอและลงมือทำสำเร็จมาแล้ว จนมหาชนนิยม

            นอกจากไม่มีเสียงตอบรับ ยังมีเสียงกระแนะกระแหน พรรคที่นำเสนอเช่นนั้นว่า “เลียนแบบ” พรรคไทยรักไทย

            ไม่มีอะไรใหม่

          สู้ไทยรักไทยไม่ได้

          ครบวงจรและหลากหลายกว่า

            นำไปสู่การเลิกล้มการแข่งขันทางนโยบาย หันไปใช้วิชามาร ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งล่าสุด

            ให้ร้าย ป้ายสี กล่าวหา ฟ้องร้อง ข่มขู่ กลั่นแกล้ง ใส่ความ จนแทบแยกแยะไม่ออกว่าใครเป็นใคร จำไม่หวาดไหวมีกี่คู่กี่คดี แต่ละคู่แต่ละคดีใครเป็นต่อเป็นรอง เพราะมันมั่วจนแยกไม่ออกว่าใครเทพ-ใครมาร

            บรรยากาศการเลือกตั้งครั้งล่า จึงเป็นไปในลักษณะหมาบ้ากัดกัน

            แยกไม่ออกทั้งรอยเล็บ คมเขี้ยวและคราบน้ำลาย ที่ต่างฝ่ายต่างฟาดฟันสาดใส่กันอย่างไม่บันยะบันยัง ไร้กฎกติกามารยาท

            มันเป็นบรรยากาศแห่งการช่วงชิงผลประโยชน์ของแต่ละกลุ่ม มากกว่าการเสนอตัวในนามพรรคเพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศผ่านกระบวนการเลือกตั้ง

            ประกาศผลแล้ว ยังไม่รู้จะมีปัญหาอะไรตามมาบ้าง

            คงเละตุ้มเป๊ะ อีลุงตุงนังดูไม่จืด

            เหมือนหมาโซ-คลั่ง ยกพวกฟัดกันในปรักตม เพื่อแย่งอาจมที่แบ่งไม่ลงตัว

            ต้องบอกตามตรงว่า พฤติกรรมของแต่ละฝ่ายเลวร้ายไม่แตกต่างกัน ต่างฝ่ายต่างเอาดีใส่ตัว โยนชั่วให้ฝ่ายตรงข้าม ไม่ต่างจากการประจันหน้าของศัตรูคู่อาฆาตที่จองเวรกันมานับร้อยชาติกระโดดเข้าใส่ เมื่อจู่ๆกลับมาเจอหน้ากันอย่างไม่คาดฝัน

            การหาเสียงเพื่อให้ประชาชนเลือกข้างใดข้างหนึ่ง แทนที่จะแข่งขันกันอย่างมีสปิริต กลายเป็นการพ่นพิษใส่ฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้ฉิบหายกันไปข้าง เหลือพวกตัวเองไว้ในสภาฯ จึงมุ่งเตะตัดขาและทำลายล้างอย่างบ้าคลั่งแล้งน้ำใจ

            เวลาสู้รบจบสิ้นลง ต่างฝ่ายคงใช้เวลาเลียแผล แย่ไปตามๆกัน

            นั่นเป็นเหตุการณ์ที่คนทั้งประเทศคงเห็นตำตา นอกจากจะร่วมโขยงในหมาหมู่ขณะฟัดกันเท่านั้นจึงจะมองไม่เห็นพฤติกรรมดังกล่าว

            พรรคไทยรักไทยนั้น ย่อมชนะพรรคคู่แข่งอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ทุกปัจจัยพร้อมและเหนือทุกพรรคอื่นๆการเมือง

            ความรู้สึกเช่นนี้ เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วโดยพฤติกรรมของทุกฝ่ายที่ยอมรับในความเป็นจริง

            แม้แต่ฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคประชาธิปัตย์ก็ยอมรับความจริง ที่เห็นและเป็นอยู่ว่า ตัวเองแพ้แน่นอน ไม่มีทางชนะได้เสียงข้างมากมาจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศได้

            จึงไม่มีการเสนอนโยบายแข่งขันอย่างจริงจัง หวังแต่เพียงให้ได้รับเลือกตั้งมาบ้างอย่างน้อย 100 เสียงขึ้นไป

            เพราะความจริงข้อนี้เองพรรคประชาธิปัตย์จึงอ้อนวอนขอคะแนนประชาชน ให้ได้ 201 เสียง  อ้าง-ขอเป็นฝ่ายค้านถ่วงอำนาจ

            ในขณะที่พรรคไทยรักไทยได้แสดงออกอย่างชัดแจ้ง ว่าไม่พอ เพียงแค่จัดรัฐบาลพรรคเดียว แต่ต้องการได้รับเลือกมาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แม้จะไม่เป็นไปตามปรารถนาถึง 400 เสียง ดังตั้งเป้าไว้ในตอนแรกก็ขอให้ได้มากจนฝ่ายค้านไม่อาจยื่นอภิปรายใครได้เลยในคณะรัฐมนตรี นั่นคือตัวเลขกว่า 300 ขึ้น

            นี่กระมังคือต้นเหตุแห่งการเปิดศึกช่วงชิงอย่างไม่ลืมหูลืมตา หน้ามืดตามัวพอๆกัน

            หันมาเรื่องนโยบายประชานิยม ที่เป็นเสน่ห์มหานิยมให้มหาชนหลงใหล

            ใครได้ใครเสียจากนโยบายดังว่านี้ ชี้ชัดว่าประชาชนชื่นชอบอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ฝ่ายที่ประชดประชันก็ประจักษ์ความจริงจนต้องเสนอนโยบายออกมาแข่งให้หลายฝ่ายค่อนขอดว่าเลียนแบบไทยรักไทย

            หัวหน้าพรรคไทยรักไทยชื่อทักษิณคนนี้ จึงมีโอกาสมากกว่าหัวหน้าพรรคการเมืองอื่นๆ ในการยึดเก้าอี้ผู้นำสูงสุดในฝ่ายบริหาร

            นั่นหมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะหวนคืนสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีเป็นคำรบสอง หลังจากพ้นวาระไป 4 ปีเต็มๆ ตามที่ประกาศไว้ไม่ขาดแม้วันเดียว

            นี่ต่างหากคือจุดที่น่าสนใจ และต้องจับตาว่าบทบาทในการบริหารและการหว่านโปรยนโยบายประชานิยมภาค 2 จะส่งผลต่อประเทศชาติและประชาชนเข้มข้นขึ้นเพียงใด

            ที่เคยเห็นและจะเป็นไปในอนาคตมีหมายกำหนด ณ จุดใด อาจไม่มีใครให้คำตอบอย่างลงตัวได้ 100%

            แต่เชื่อเถอะคนส่วนใหญ่เห็นดีเห็นงาม และเห็นประโยชน์จากนโยบายเอื้ออาทรทั้งหลายอย่างแน่นอน

            ฝ่ายค้านเองก็เห็นจริงตามนี้ ดูได้จากกรณีเสนอนโยบายมาในแนว “ให้” ไม่แตกต่างกัน เพียงแต่เสนอช้าไปกว่าไทยรักไทยตั้ง 4-5 ปี จึงไม่มีประชาชนให้ความสนใจ พอที่จะเลือกให้ได้เสียงข้างมาก ส่วนใหญ่ยังท่องจำคำว่า “ไทยรักไทย” ตั้งแต่ระดับรากหญ้ายันหอคอยงาช้าง

            ยกเว้นศัตรูทางการเมืองและพวกไม่ชอบทักษิณ

            ขนาดคนเป็นกลางยังต้องวางเฉยและอดทึ่งไม่ได้ ที่มีนโยบายออกมาไม่ขาดสายไม่ช้ำแบบแถมโดนใจชาวบ้านไม่รู้เบื่อ

            ก็ในเมื่อประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนน เขาเลือกกาเบอร์ 9 จะด้วยเหตุผลประการใด ไม่ว่าจะศรัทธาหรือมาจากคะแนนจัดตั้งก็ต้องยอมรับไปตามนั้น

            แม้ฝ่ายค้านไม่มีน้ำยาก็ไม่ต้องกลัวว่า จะไม่มีการคานอำนาจ

            ธรรมชาติของคนที่กำลังพัฒนานั้น จะไม่หยุดนิ่งยอมสยบต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า โดยปราศจากการตรวจสอบ

            คนดีในกลุ่มพลังเงียบยังมีมหาศาลที่พร้อมจะลุกพรึบเมื่อถึงคราวจำเป็น

            เห็นได้จากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่ผ่านมา เมื่อพวกเขาเห็นตรงกันว่า จะไม่ปล่อยให้มีผู้ว่าฯเพศหญิงที่กระเดียดไปทางสมองฝ่อ พอๆกับที่ยอมรับให้แมงดามาเป็นผู้ว่าฯไม่ได้คล้ายๆกับการปฏิเสธขุนพลฝั่งธนฯ เพราะสาเหตุแห่งลูกๆ ยังไงยังงั้น

            ไม่มีใครคาดฝันว่าแค่คนรูปหล่อเสนอตัวมา จะได้รับคะแนนชนะคู่แข่งถล่มทลายชนิดที่คนได้ประโยชน์อย่าง “อภิรักษ์” และพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังงงๆในชัยชนะ ชนิดเซียนหน้าแหกปากกาหักไปตามๆกัน

            ทักษิณภาค 2 อาจสร้างผลงานฝากไว้ก่อนครบวาระ 4 ปีให้คนไทยลืมตาอ้าปากได้กว้างขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ใครจะไปรู้

            4 ปีซ่อม 4 ปีสร้างจึงไม่ใช่พูดพล่อยๆขายฝันเลื่อนลอยอย่างที่บางคนเย้ยหยัน

            คนฉลาดอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่โง่พอที่จะทำลายตัวเอง และครอบครัวให้ตกอยู่ในฐานะจนตรอก ไม่มีแผ่นดินจะอยู่อย่างแน่นอน

            คนกล้าได้กล้าเสียกล้าตัดสินใจ กล้าคิดกล้าทำ คงเลือกวิธีจะอยู่สุขสงบในบั้นปลายมากกว่าการเลือกทางไม่มีแผ่นดินจะอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย

            นโยบายใดๆ ที่จะคลอดออกมาให้เห็นและเป็นจริงแบบสัมผัสได้ ย่อมต้องถูกนำเสนออย่างไม่ลังเลใจ เพราะคนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ย่อมรู้ดีว่าประเทศไทยและคนไทยขาดอะไร ต้องการอะไร ในลักษณะนักธุรกิจที่เข้าใจการตลาด ย่อมรู้ซึ้งถึงความต้องการของผู้บริโภค

            นี่ต่างหากคือคุณสมบัติที่หัวหน้าพรรคไทยรักไทย เหนือคู่แข่งจากพรรคการเมืองทั้งหลาย

            นักธุรกิจอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ย่อมรู้กาล-เทศะ พอที่จะควักทุนเพิ่มเมื่อคราวจำเป็น เพื่อผลกำไรที่จะตามมาภายหลังพลิกสถานการณ์จากเพลี่ยงพล้ำมาเป็นต่อ

            บทเรียนในอดีต 4 ปี แม้ไม่ทั้งหมด ก็คงมีไม่น้อยที่ต้องจดจำและนำมาปรับเปลี่ยนให้เป็นประโยชน์ในอีก 4 ปีข้างหน้า ถ้าไม่เพลินอำนาจจนเหลิงอย่างที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต คงไม่มีเหตุทำให้ต้องหงายหลังลงจากเก้าอี้อำนาจก่อนเวลาอันควร

            ฝ่ายตรงข้ามและคนเกลียดทักษิณ ต้องหัดทำใจนับแต่วินาทีนี้ว่า แม้พรรคและพวกของตัวปราศจากอำนาจและผลประโยชน์ในระยะนี้ก็มีประชาชนเขาได้รับ

            ประชาชนได้รับผลจากนโยบายประชานิยม ชนิดที่ไม่เคยรับอะไรจากรัฐบาลในอดีตได้มากมายทุกแง่มุมเช่นนี้มาก่อน

            อาจมีการตั้งข้อสังเกตไว้ในอนาคตอะไรเกิดขึ้น นั่นมันเป็นเรื่องไกลเกินกว่าจะให้ประชาชนเขานึกภาพออกเช่นที่ฝ่ายค้าน และคนไม่ชอบทักษิณพยายามชี้ชวนให้คล้อยตาม

            ความเป็นจริงในปัจจุบันที่พวกเขาได้รับกันถ้วนหน้าต่างหากที่ต้องคำนึง อนาคตค่อยว่ากัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ใครๆก็ไม่อาจวาดภาพให้เห็นจริงจนคล้อยตามได้ จึงได้แต่เพียงตั้งข้อสังเกตว่าไม่รู้อะไรจะตามมา

            ประสาอะไรกับชาวบ้านชั้นรากหญ้าหาเช้ากินค่ำ ปัญญาชนบนตึกระฟ้าจำนวนมากยังไม่กล้าเสนอตัวโผล่หัวมาอาสาท้าแข่ง

            ข้อสำคัญไม่เคยเห็นผลงานของคนพวกนั้นที่สร้างสรรค์สังคม แม้แต่ความกล้าในการอาสามารับใช้บ้านเมือง

            นี่คือเรื่องจริงที่เคยเห็นมาในอดีตและปรากฏอยู่ตรงหน้าในปัจจุบัน

            ความฝันของชาวบ้านคือการกินอิ่ม และนอนหลับจับต้องได้ ไม่ใช่ขายฝันลมๆแล้งๆไว้ชาติหน้าตอนบ่ายๆ

            จึงไม่สายเกินไปสำหรับคนที่เดินทางมาบนถนนการเมืองจะได้คิด และทำใจพร้อมปรับตัวรับสภาพในเมื่อตัวเอง และพรรค-พวกไม่มีทางออกและข้อเสนอที่ดีกว่า

            4 ปีข้างหน้า จึงเป็น 4 ปีที่ยาวนานสำหรับผู้รอคอย

            สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณเองก็ยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะปรับใจเปิดกว้างรับการตรวจสอบทั้งนอกและในสภาฯ แม้ฝ่ายค้านจะไร้น้ำยาไม่สามารถทำอะไรรัฐบาลได้ ก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลของท่านจะทำอะไรได้ตามใจชอบโดยไม่ฟังเสียงใคร

            มั่นใจว่าเป็นผลดีต่อชาติ เกิดประโยชน์ต่อประชาชน

คนไทยทั้งประเทศคือ เกราะเหล็กหุ้มกาย

            ทำในสิ่งตรงข้าม แม้ไม่อาจแตะต้องรัฐบาลได้ ประชาชนก็พร้อมจะรวมพลังเมื่อถึงคราวจำเป็น

            คนฉลาดระดับดอกเตอร์ทักษิณ คงเลือกสร้างเกียรติยศต่อวงศ์ตระกูลมากกว่าการเลือกทางหนีอย่างหัวซุกหัวซุน ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ตามคำปรามาสของบางคน.

 

 

                                                                                    พญาครุฑ

<Previous   Next>
 
up
หน้าแรก | News | พระราชดำรัส | ที่นี่พญาครุฑ | ยืนข้างความถูกต้อง | คิดไทย เขียนไทย | หมาเฝ้าบ้าน | เศรษฐกิจ | รายงาน | ภาษาของเรา | ศิลปวัฒนธรรม | รักเธอประเทศไทย | สำนักงานกฎหมาย | ตาต่อตา | ยำตำรวจ | ภูธรนครบาล | โฟกัสประเทศไทย | ตอบจดหมาย | สารคดีพิเศษ | ฮ.นิกฮูกี้ | เวทีทรรศน์ | วิพากษ์การเมือง | คนจริง… แผ่นดินไทย | เปิดกรุพระดี | แฟ้มโปลิศ | ยำรวมมิตร | หากข้าพเจ้าเป็นใหญ่ในแผ่นดิน | กลอน | สมุนไพร | คราบคน | รวมเว็บน่าสนใจ | ติดต่อเรา |
up
   
HOME CONTACTS LINKS