Transparent Political and Social Analysis
 
Latest News
อวสานเสธ.หนั่น ? PDF Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Written by Administrator   
ะ‘ะตั€ 08 2005 ั€., 08:02
หน้า 26-27 ที่นี่พญาครุฑ เล่ม 24-106

จุดจบพรรคทางเลือกที่ 3
อวสานเสธ.หนั่น ?


Sanan
การเลือกตั้งผ่านพ้นไป พรรคการเมืองใหญ่เช่นไทยรักไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่หนที่ 2 ด้วยการกวาดที่นั่งทั่วประเทศ ชนะคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์เกือบสามเท่าตัว

            อย่าลืมเป็นอันขาดว่า พรรคไทยรักไทยโดยการนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่จารึกไว้บนถนนการเมือง ด้วยการเป็นรัฐบาลอยู่ครบเทอม 4 ปี ไม่มีขาดแม้แต่วันเดียว ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

            ชัยชนะจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด 6 กุมภาพันธ์ 2548 จึงเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่หนที่ 2

หน้า 26-27 ที่นี่พญาครุฑ เล่ม 24-106

 

                                    จุดจบพรรคทางเลือกที่ 3

                                 อวสานเสธ.หนั่น ?

 

          การเลือกตั้งผ่านพ้นไป พรรคการเมืองใหญ่เช่นไทยรักไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่หนที่ 2 ด้วยการกวาดที่นั่งทั่วประเทศ ชนะคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์เกือบสามเท่าตัว

            อย่าลืมเป็นอันขาดว่า พรรคไทยรักไทยโดยการนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่จารึกไว้บนถนนการเมือง ด้วยการเป็นรัฐบาลอยู่ครบเทอม 4 ปี ไม่มีขาดแม้แต่วันเดียว ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

            ชัยชนะจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด 6 กุมภาพันธ์ 2548 จึงเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่หนที่ 2

            ได้ครองเสียงข้างมาก

            มากเกินพอในการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว

            4 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์ได้ว่าพรรคไทยรักไทยสร้างผลงานประทับใจประชาชนทั่วประเทศ อยู่ในเกณฑ์ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกกลับเข้ามาอย่างท่วมท้น เกินความคาดหมายของทุกฝ่าย พลิกประวัติศาสตร์การเลือกตั้ง

            เห็นได้ชัดว่า 4 ปีที่ผ่านมาเป็น 4 ปีที่ไทยรักไทยได้ซ่อมประเทศให้กลับคืนสู่สภาพปกติ เพื่อเดินหน้าสร้างต่อไปในอีก 4 ปีข้างหน้า

            สี่ปีซ่อม – สี่ปีสร้าง จึงเป็นที่ยอมรับของประชาชนไทยไม่เลือกชนบทหรือในเมือง ไม่เลือกกรุงเทพฯหรือต่างจังหวัด

            มีเพียงภาคใต้เท่านั้นที่พรรคไทยรักไทยไม่อาจเจาะฐานคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นคู่แข่งหมายเลข 1 ได้ ซ้ำยังสูญเสียที่นั่งใน 3 จังหวัดภาคใต้ที่คุกรุ่นด้วยปัญหา ซึ่งก็คือปัญหาที่พรรคไทยรักไทยต้องนำไปขบคิด เพื่อแก้ไขพลิกสถานการณ์และฟื้นศรัทธาในอนาคต

            ตลอด 4 ปีที่ไทยรักไทยทำงานภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรค ทุกส่วนของสังคมต่างประจักษ์แล้วว่าไม่เคยมีรัฐบาลใดในอดีตสร้างผลงานจนประชาชนยอมรับเช่นนี้

            การยอมรับของประชาชนเกิดจากผลงานที่สัมผัส – จับต้องได้ ด้วยนโยบายเอื้ออาทรที่ขยันคิดขยันทำออกมาเอื้อประโยชน์แก่ปวงชนไม่ขาดสาย กลายเป็นนโยบายที่ฝ่ายตรงข้ามเรียก “ประชานิยม”

            ประชานิยมเพราะเขาชอบใจ พอใจ ประทับใจ ในความเอื้ออาทรที่ไม่เคยได้รับจากรัฐบาลใดในอดีต

            มีเพียงบางช่วงที่ภาพลักษณ์ของพรรคไทยรักไทยฉายแววว่าอาจทำให้ศรัทธาประชาชนอลเวงรวนเรที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเป็นอาการขาลง

            แต่ถึงแม้จะให้คะแนนในลักษณะขาลง ก็ไม่มีใครกล้าฟันธงว่าจะพ่ายแพ้แก่พรรคคู่แข่ง

            ขาลงก็ยังคงชนะคู่แข่งอยู่วันยันค่ำ

            ขาลงของไทยรักไทย จึงมิใช่การลงชนิดพลิกคว่ำคะมำหงาย หากแต่เป็นเพียงบางช่วงที่เกิดศรัทธารวนเร ซึ่งเป็นช่วงสั้นๆแคบๆ เมื่อเปรียบเทียบกับศรัทธาของมหาชนที่มอบให้

            ในช่วงที่เรียกว่าขาลงของพรรคไทยรักไทยนั่นเอง ได้เกิดการตื่นตัวของพรรคการเมืองทางเลือกที่ 3 อันเกิดจากความพยายามของคนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มของ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตแกนนำคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ผู้ถูกศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาโทษ 5 ปีให้ห่างไกลตำแหน่งทางการเมือง ฐานทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช.

            หลายฝ่ายคิดว่า เสธ.หนั่น คงปิดฉากการเมืองของเขาลงเพียงเท่านั้น คงลืมไปว่าถ้ายังมีลมหายใจก็ยากจะให้นักการเมืองจบชีวิตการเมืองของเขาลงง่ายๆ ถ้ายังพอมีทางเลือก

            พรรคทางเลือกใหม่หรือทางเลือกที่ 3 ดูเหมือนจะออกจากปากของเสธ.หนั่น เป็นคนแรกและบ่อยกว่าคนอื่นๆที่คิดถึงเรื่องนี้ ทั้งที่ผู้สันทัดกรณีทางการเมืองต่างมองสวนทางว่า

            พรรคทางเลือกที่ 3 ที่ว่านั้นเป็นเพียงทางเลือกของพวกไม่มีทางเลือก

หาใช่ทางเลือกใหม่ที่สดใสและมีอนาคตดีกว่าพรรคเดิมๆที่มีอยู่ โดยเฉพาะพรรคไทยรักไทยที่กลายเป็นขวัญใจประชาชนไปแล้วในขณะนั้น

            การพูดถึงพรรคทางเลือกที่สาม ไม่ว่าจะออกจากปากใครจึงเป็นเพียงคำพูดของพวกไม่มีทางเลือก หรือสิ้นคิดทางการเมือง

            แม้พญาครุฑเองก็เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ในหน้า 3 ฉบับ 16 มิถุนายน 2547 (ดูภาพถ่ายขวามือ)

            สำหรับการผละทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตั้งพรรคใหม่ชื่อ “มหาชน” (พมช.) ของพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อาจไม่มีคนคิดปรามาสว่าเป็นพรรคทางเลือกของคนสิ้นคิด

            แต่สายตาคนส่วนใหญ่ก็มองพรรคมหาชนในมติเดียวกัน คือต้องการร่วมรัฐบาลกับพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป (6 ก.พ.48)

            เป็นความรู้สึกเดียวกันกับที่เสธ.หนั่นหนุนหลังนายบัญญัติ บรรทัดฐานเข้าช่วงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไปจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

            ลองย้อนอดีตไปครั้งเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเก่าแก่พรรคนี้ที่นายบัญญัติได้มานั่งบนเก้าอี้เบอร์ 1 หากปราศจากแรงหนุนจากกลุ่มบ้านสนามบินน้ำภายใต้การนำของ พล.ต.สนั่น มีหรือ “บัญญัติ” จะได้สมหวังกับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ในเมื่อนายชวน หลีกภัย หนุนสุดตัวให้ “อภิสิทธิ์” ขึ้นเป็นหัวหน้า

            “ชวน” หนุน “อภิสิทธิ์” ไม่มีปัญหา – เอาหรือไม่เอาไทยรักไทย เพราะอย่างไร ชวนหลีกภัยและอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็ไม่มีทางร่วมหอลงโลงกับทักษิณ ชินวัตร และพรรคไทยรักไทยอยู่แล้ว

            แต่บัญญัติ ไม่แน่ อาจโอนเอนได้เพราะมีความยืดหยุ่นสูงกว่า ถ้าเวลาและโอกาสอำนวย

            มิใช่เพราะคิดว่า “บัญญัติ” มีความยืดหยุ่นกว่า “อภิสิทธิ์” ดอกหรือ จึงทำให้เสธ.หนั่น เลือกดันหลัง “บัญญัติ” จนชนะ “อภิสิทธิ์” ในที่สุด

            แต่ในที่สุด เสธ.หนั่นก็ผละทิ้งบัญญัติและพรรคประชาธิปัตย์ออกไปตั้งพรรคใหม่ ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า

            เพราะ พล.ต.สนั่น ไม่สามารถสั่งบัญญัติให้ซ้ายหันขวาหันใช่หรือไม่ จึงทิ้งบัญญัติและพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงคอ

            หรือเพราะ พล.ต.สนั่น คิดว่าถ้าตั้งพรรคใหม่ได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ที่อยู่ในโอวาทชนิดสั่งได้ คงดำเนินนโยบายการเมืองได้ดังตั้งใจหวัง

            ใครจะเชื่อว่าการออกมาตั้งพรรคมหาชน โดยที่เสธ.หนั่นไม่ได้หวังจะร่วมรัฐบาลกับพรรคไทยรักไทยในอนาคต

            จากนายบัญญัติ บรรทัดฐานถึงนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ใครจะคิดว่าคนทั้ง 2 จะดำเนินนโยบายอิสระสวนทางกับความหวังของเสธ.หนั่นและดับฝันไปในที่สุด เมื่อผลการเลือกตั้งครั้งล่าผ่านไป

            เมื่อพรรคไทยรักไทยกวาดเกือบเรียบทั้งประเทศ

 ในขณะที่พรรคมหาชนเกือบไม่ได้แม้แต่คนเดียว

            คิดในแง่บาปบุญคุณโทษ หรือนี่คือบาปสนองที่เสธ.หนั่นทอดทิ้งบัญญัติทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ไปในช่วงที่พรรคกำลังประสบปัญหาขาลง

            เสมือนซ้ำเติมให้พรรคตกต่ำดำดิ่งสู่ห้วงเหวแห่งความพ่ายแพ้ย่ำแย่หนักหนาสาหัสลงไปอีกหลายเท่า

            ทั้งที่ในภาวะพรรคตกต่ำเช่นนั้นมวลหมู่สมาชิกทุกระดับควรอย่างยิ่งที่จะสมานไมตรีเพื่อกอบกู้ให้คืนสู่สภาพปกติไม่ว่าจะหนักเหนื่อยและเนิ่นนานเพียงใด เสธ.หนั่นกลับปฏิบัติต่อประชาธิปัตย์และบัญญัติไม่ต่างจากถีบหัวขึ้นฝั่ง แล้ววันนี้ตัวเองต้องมาลงเอยแบบต่ำสุด แม้แต่ลูกชายก็ไม่ได้รับเลือกตั้งจากจังหวัดที่หลายคนให้เครดิตว่าเป็นเขตอิทธิพลของผู้เป็นพ่อ

            เสธ.หนั่นวันนี้ จึงเป็นวันที่ต้องตระหนักและทบทวนเส้นทางการเมืองของตน

            และทบทวนบทบาทของคนรอบข้างได้แก่ลิ่วล้อบริวารที่ห้อมล้อม

            บทแรกแห่งการทบทวน คงไม่ต้องใช้สติปัญญาชั้นสูง เสธ.หนั่นก็คงซาบซึ้งอยู่แล้วเป็นอย่างดีว่า

            ราคาค่างวดของตนนั้นเป็นที่สนใจของตลาดการเมืองหรือไม่ ?

            ดูได้จากการเชิด “เอนก” ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค

            ไม่เช่นนั้น เสธ.หนั่นคงรับตำแหน่งหัวหน้าเสียเองแล้วให้นายวัฒนา อัศวเหม เป็นเลขาธิการพรรคมหาชน

            คนทั่วไปโดยเฉพาะผู้สนใจการเมืองต่างเข้าใจตรงกันว่าอะไรเป็นอะไร ทำไม “สนั่น” “วัฒนา” ไม่ออกหน้า แม้จะมีข้ออ้างว่าเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ทำงานการเมือง ก็ยากจะมีใครคล้อยตามในเมื่อความจริงเป็นคนละเรื่องกับคำพูด

            เหลือสิ่งที่เสธ.หนั่นต้องทบทวนคือบริวารที่ชิดใกล้ ตรวจสอบดูให้ดีว่าทั้งหลายล้วนปรัชญา เมธีชน หรือชนชั้นกเฬวรากทางการเมือง

            รายงานที่ได้รับจึงเป็นไปในด้านบวก

            บวกจนทำให้เสธ.หนั่นหลงใหลได้ปลื้มไปกับตัวเลขเรือนร้อยที่พรรคมหาชนจะได้เข้าไปนั่งในสภาฯ

            ทั้งที่ในความเป็นจริง อาจได้คนไร้คุณภาพ ประจบสอพลอคอยป้อนข้อมูลเท็จเอาใจนาย จึงกลายมาเป็นผลลบที่ห่างไกลความเป็นจริง ซึ่งเกือบไม่ได้แม้แต่เสียงเดียว

            ยกตัวอย่างคนใกล้ตัวอย่าง “ไอ้นิวัต” ที่ทำตัวยิ่งใหญ่ตามนาย ด้วยอหังการคิดว่าตนคือเสธ.หนั่นสอง

            จองหองสามหาว เรียกขานใครไม่เคยมีหางเสียง ว่าไง ?, มาเมื่อไหร่ ?, อย่างนี้ใช้ไม่ได้ ?, จะเอายังไง ?,

            คำพูดลักษณะนี้  “ไอ้นิวัต” จะใช้กับพวกกระจอกงอกง่อย นักการเมืองต่างจังหวัดโดยเฉพาะพวกอีสาน ที่มีอาการไม่ค่อยมั่นใจเมื่อได้เหยียบย่างเข้าสู่บ้านสนามบินน้ำ เกือบทั้งร้อยจะถูกตะคอกด้วยถ้อยคำระคายหูจากเลขาฯผู้ยิ่งใหญ่อย่าง “ไอ้นิวัต”

            การเกิดและดับของพรรคมหาชนดูจะรวดเร็วเกินไป สำหรับผู้คนที่คิดว่าบารมีเสธ.หนั่นยังยิ่งใหญ่คับฟ้า

            ทว่า… วันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าภาพลวงตากับความเป็นจริงนั้นแตกต่างกันชนิดผืนฟ้ากับห้วงเหว

            นี่ไม่ใช่การเหยียบย่ำซ้ำเติม เห็นคนล้มแล้วข้าม แต่เป็นความปรารถนาดี อย่างน้อยก็ยังเห็นตามที่หลายคนได้เคยสัมผัสและได้รู้มาว่า เสธ.หนั่นคนนี้เป็นคนคบได้ มีน้ำใจต่อมิตรสหาย

            จึงอยากสะกิดเตือนให้ตระหนักในบาทก้าวหากคิดจะเหยียบย่างต่อไปบนถนนการเมือง จะด้วยตัวเองหรือส่งไม้ให้ทายาทรับช่วงต่อก็ตาม

            ความยิ่งใหญ่มากด้วยบารมีได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว หากยังมีเหลือพอเป็นพลังก็จงยับยั้งหยุดคิดเพื่อมอบหมายภารกิจสู่รุ่นลูกให้ก้าวเดินได้ตามปัจจัยที่เป็นจริง

            หาไม่แล้ว จะหาความสุขสงบใจได้ยากในยามไม้ใกล้ฝั่งเช่นนี้

           

           

           

Last Updated ( ะ‘ะตั€ 08 2005 ั€., 08:05 )
<Previous   Next>
 
up
หน้าแรก | News | พระราชดำรัส | ที่นี่พญาครุฑ | ยืนข้างความถูกต้อง | คิดไทย เขียนไทย | หมาเฝ้าบ้าน | เศรษฐกิจ | รายงาน | ภาษาของเรา | ศิลปวัฒนธรรม | รักเธอประเทศไทย | สำนักงานกฎหมาย | ตาต่อตา | ยำตำรวจ | ภูธรนครบาล | โฟกัสประเทศไทย | ตอบจดหมาย | สารคดีพิเศษ | ฮ.นิกฮูกี้ | เวทีทรรศน์ | วิพากษ์การเมือง | คนจริง… แผ่นดินไทย | เปิดกรุพระดี | แฟ้มโปลิศ | ยำรวมมิตร | หากข้าพเจ้าเป็นใหญ่ในแผ่นดิน | กลอน | สมุนไพร | คราบคน | รวมเว็บน่าสนใจ | ติดต่อเรา |
up
   
HOME CONTACTS LINKS