หน้า 26-27 ที่นี่พญาครุฑ เล่ม 3-3 Apisit
วัดกึ๋น อภิสิทธิ์ เกิดก่อนกาลเวลา หรือจะดับก่อนแก่

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นคนหนุ่มไฟแรงแห่งพรรคประชาธิปัตย์ และเติบโตเร็วและแรงบนเส้นทางการเมือง
เพียงไม่กี่ปีที่เข้าร่วมงานการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของพรรคในระยะเวลาสั้นๆ ในขณะที่เขาอายุมีเลข 3 นำหน้า
ต้องยอมรับว่า อภิสิทธิ์ คือดาวเด่นบนเส้นทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ของรัฐสภาไทยและของภูมิภาคเอเชีย
หน้า 26-27 ที่นี่พญาครุฑ เล่ม 3-3
วัดกึ๋น อภิสิทธิ์
เกิดก่อนกาลเวลา
หรือจะดับก่อนแก่
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นคนหนุ่มไฟแรงแห่งพรรคประชาธิปัตย์ และเติบโตเร็วและแรงบนเส้นทางการเมือง
เพียงไม่กี่ปีที่เข้าร่วมงานการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของพรรคในระยะเวลาสั้นๆ ในขณะที่เขาอายุมีเลข 3 นำหน้า
ต้องยอมรับว่า อภิสิทธิ์ คือดาวเด่นบนเส้นทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ของรัฐสภาไทยและของภูมิภาคเอเชีย
ความรู้ประสบการณ์บวกบุคลิกภาพส่วนตัว คือใบเบิกทางให้เข้าทะยานข้ามรุ่นสู่แถวหน้าของนักการเมือง
ทั้งยังเป็นนักการเมืองค่อนไปข้างคุณภาพคับแก้ว
จุดอ่อนของ อภิสิทธิ์ ในสายตาสังคมคือ อายุน้อยและยังด้อยประสบการณ์ในด้านบริหาร
แตกต่างจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงยิ่งในการบริหารจัดการภาคเอกชน จะร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี ติดอันดับโลก
อภิสิทธิ์ จึงเป็นความหวังของชาวประชาธิปัตย์และชาวไทยที่จะก้าวเดินบนถนนการเมืองในอนาคต
แต่
ใช่ว่าหนทางจะโรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ
อุปสรรคแรกที่ขวางกั้นการเจริญเติบโตตามที่หลายคนวาดฝันคือ ปัญหาภายในพรรคประชาธิปัตย์เองที่ประกอบด้วยนักการระดับเขี้ยวโง้งงางอนเป็นจำนวนมาก ที่จะเป็นขวากหนาม ทำให้อภิสิทธิ์อาจต้องเสียเวลาเก็บกวาดแทนที่จะได้ดุ่มเดินสู่จุดหมายได้สะดวกโยธิน
อุปสรรคที่ 2 ซึ่งหนักหน่วงไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
นั่นคือการเป็นคู่แข่งของพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งอีก 4 ปีครั้งหน้า
อีก 4 ปีข้างหน้า ไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเป็นคู่แข่งชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี หรือมีทายาททางการเมืองที่สืบทอดเจตนารมณ์จากหัวหน้า พรรคไทยรักไทยคนปัจจุบัน ก็มิได้หมายความว่า อภิสิทธิ์ จะก้าวเดินสู่จุดหมายทางการเมืองได้โดยปราศจากอุปสรรคหนักหนาสาหัสทั้ง 2 ประการนี้
มองให้ลึกลงไปสำหรับอุปสรรคแรก ยังไม่มีหลักประกันว่าอีก 4 ปีข้างหน้า ปัญหาการแบ่งก๊กแบ่งกลุ่มในพรรคประชาธิปัตย์จะลงเอยในลักษณะใด
ระหว่างทศวรรษใหม่ภายใต้การนำของ บัญญัติ กับกลุ่มผลัดใบของ อภิสิทธิ์ จะประสานมือกันแน่นหรือจะจ้องคอยหาโอกาสช่วงชิงการเป็นผู้นำในพรรค ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามในระยะยาวอีก 4 ปีข้างหน้า
แม้ อภิสิทธิ์ จะได้นั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก็มิได้หมายความว่าทุกองคาพยพจะสยบยอมตามเช่น ที่กลุ่มต่างๆในพรรคไทยรักไทยยอมเดินตามเส้นที่ พล.ต.ท.ทักษิณ ขีดให้เดิน เพราะบารมีของ อภิสิทธิ์ กับ ทักษิณ ที่มีต่อลูกพรรคแตกต่างกันจนไม่อาจเปรียบเทียบได้
ภายในพรรคประชาธิปัตย์มากด้วยนักการเมืองรุ่นลายครามเขี้ยวโง้งงางอน ที่มองอภิสิทธิ์เป็นเพียงละอ่อนด้อยประสบการณ์และยังขาดบารมี
ดูได้จากการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคหนก่อนเสียงส่วนใหญ่ที่เทให้บัญญัติ บรรทัดฐาน จนเกิดการแบ่งแยกกลุ่มระหว่าง ทศวรรษใหม่ และ ผลัดใบ อยู่จนทุกวันนี้
แม้วันนี้ อภิสิทธิ์ จะมีโอกาสเหนือผู้อื่นและปราศจากคู่แข่งในการชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค แต่ก็เป็นเพราะพลพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีทางเลือกจึงต้องเปิดทางให้แต่ลึกลงไปใครจะรู้ว่ากลุ่มทศวรรษใหม่จะให้ความร่วมมือทุกอย่างให้ อภิสิทธิ์ นำพาพรรคก้าวไปข้างหน้าอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว
ยกเว้น อภิสิทธิ์ จะเอาชนะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เอาชนะพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอีก 4 ปีข้างหน้า
การจะเอาชนะพรรคไทยรักไทยในอีก 4 ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะมี พ.ต.ท.ทักษิณ หรือใครเป็นคู่แข่ง ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนตอนได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคของ อภิสิทธิ์ เมื่อตอน บัญญัติ ลาออกในปัจจุบัน
ไทยรักไทยวันนี้เหมือนเสือติดปีก เมื่อชนะเลือกตั้งครั้งล่าสุดมาอย่างถล่มทลายได้ ส.ส.เกือบ 400 เสียง
เห็นได้ชัดว่า ประชาชนชื่นชอบนโยบายของพรรคไทยรักไทยจึงเฮโลไปเลือกจนสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประเทศไทยมีพรรคการเมืองเดียวได้จัดตั้งรัฐบาล
รัฐบาลพรรคเดียวภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็มีแนวโน้มจะอยู่ครบเทอมอีกคำรบสอง
อภิสิทธิ์ จึงต้องทำการบ้านหนัก เพื่อนำนโยบายเสนอแข่งกับไทยรักไทยในการเลือกตั้งสมัยหน้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข็นนโยบายให้ถูกใจประชาชนที่เหนือกว่าโครงการเอื้ออาทรร้อยแปดของ พ.ต.ท.ทักษิณ
จุดขายของ อภิสิทธิ์ จึงอยู่ที่ความใหม่ไฟแรงของคนหนุ่ม ซึ่งในสายตาประชาชนโดยเฉพาะคนชั้นรากหญ้า ความหนุ่มหรือหล่อไม่ใช่ความต้องการ เพราะมันกินไม่ได้
ในสายตาชาวบ้าน โดยเฉพาะในภาคอีสานที่เสียง ส.ส.มากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ อย่างชวน หลีกภัย กับ อภิสิทธิ์ นี้ เขาย่อมไม่ประทับใจเหมือนกับที่ประทับใจคนอย่าง ทักษิณ ที่กล้าได้กล้าเสียมีบุคลิกนักสู้ ไม่นุ่มนวลหน่อมแน้ม เพราะนั่นคือชายชาตรีที่พวกเขาต้องการ
บวกกับนโยบายเอื้ออาทรยิ่งสะท้อนความต้องการของชาวบ้านได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ไทยรักไทยวันนี้จึงไม่แตกต่างจากแม่เหล็กความแรงสูงที่ดึงดูดผู้คนเข้าร่วมกิจกรรมการเมืองอย่างคึกคักจากทุกสารทิศแหละหลากหลายสาขาอาชีพ ระดับเดียวกับอภิสิทธิ์ที่มีประสบการณ์เหนือกว่าก็มีไม่ใช่น้อย
บางคนประสบความสำเร็จอย่างสูงในภาคเอกชนที่รอคิวเข้าสวมตำแหน่งทายาททางการเมืองสืบต่อจาก ทักษิณ
ไทยรักไทยวันนี้จึงเสมือนด่านหินกำแพงเหล็กที่ อภิสิทธิ์ ไม่อาจฟันฝ่าได้โดยง่าย เพื่อสู่จุดหมายทางการเมืองบนเก้าอี้นายกฯ
นี่อาจเป็นการเกิดก่อนกาลเวลา หรือจะดับก่อนแก่ที่อภิสิทธิ์ต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือมาร์ค
ประวัติส่วนตัว
เกิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2507
บิดา ศ.น.พ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกราชบัณฑิตยสถาน
มารดา ศ.พ.ญ.สดใส เวชชาชีวะ
ภรรยา ดร. พิมพ์เพ็ญ (ศกุนตาภัย) เวชชาชีวะ อาจารย์ประจำ ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บุตร-ธิดา ด.ญ.ปราง และด.ช.ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ
การศึกษา ปริญญาตรีด้านปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ และปริญญาตรีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ประวัติการทำงาน
ก่อนปี 2535 อาจารย์ประจำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มี.ค.2535, 2538 และ 2539 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร
ปี 2535-2537 โฆษกประจำสักนักนายกรัฐมนตรี
ต้นปี 2537 รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (รองนายกรัฐมนตรี นายศุภชัย พานิชภักดิ์)
ปี2538-2539 ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร
ปี 2538-2540 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์
ปี 2540-2544 รัฐมนตรีประจำสักนักนายกรัฐมนตรี
ปี 2542-ปัจจุบัน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ปัจจุบันรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ |