หน้า 26-27 ที่นี่พญาครุฑเล่ม2-6
ใคร อุ้ม ทนายสมชาย ตำรวจยุคสันต์ หรือ ซาตานจากนรก
พฤติกรรมสวนทางภารกิจของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีมาช้านานจนกลายเป็นตำนานบาปของคนในแวดวงสีกากี และเป็นที่รับรู้ของประชาชนทั้งประเทศ
สีกากีชั่วที่ทำตัวเลวเหลวแหลกสร้างรอยด่างให้แก่สถาบันตำรวจไทย แม้จะมีเพียงน้อยนิดไม่ถึงหยิบมือเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับตำรวจดีส่วนใหญ่ 99.99%
แต่ดีกรีแห่งความเลวของตำรวจน้อยนิดนั้น มันเข้มข้นพอที่จะทำให้เกิดความมัวหมองด่างพร้อยแก่วงการตำรวจได้ในระดับสูง เข้าตำรา
ปลาเน่าตัวเดียว มันทำให้เหม็นกันทั้งฝูงได้
ตำนานแห่งความเลวของตำรวจ คือการใฝ่ต่ำทำตัวเป็นโจรเสียเอง
เมื่อตำรวจเป็นโจร ดีกรีแห่งความเลวร้ายจึงเข้มข้นกว่าประชาชนธรรมดาหลายร้อยเท่า เพราะตำรวจมีกฎหมายและปืนเป็นอาวุธทำลายความถูกต้องและย่ำยีผู้บริสุทธิ์ให้พบกับความอยุติธรรม
ระยำชนในคราบตำรวจจึงสร้างความเลวได้หลากหลายรูปแบบ และทรงประสิทธิภาพยิ่ง
ทรชนและเศษคนในแผ่นดินประกอบมิจฉาชีพใด ก็ด้อยคุณภาพทันที เมื่อนำมาเทียบกับฝีมือตำรวจชั่ว
ค้าของเถื่อนทุกชนิดรวมทั้งยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายทั้งปวง ตำรวจชั่วทำได้เลวบริสุทธิ์กว่าประชาชนทั่วไปอย่างเทียบกันไม่ได้
ตำรวจเลวอยู่ใกล้ผลประโยชน์ใด ความบรรลัยย่อมเกิดแก่ผู้คนและองค์กรนั้นๆ อย่างช่วยไม่ได้
ความเลวของตำรวจชั่วนั้น นอกจากทำตัวเป็นโจรเสียเองแล้ว ยังมีความเลวอีก 2 รูปแบบที่สรุปลงตัว แต่ก็ย่อลงในความชั่วประการเดียวกัน
คือความเห็นแก่ตัวเพราะไร้จิตสำนึก
เลว 2 รูปแบบที่ว่านั้น
อย่างแรกคือชอบ อม ของกลาง สันดานเลวชนิดนี้ เป็นกันมาตั้งแต่ระดับล่างจนถึงยอดบน เบาบาง-เข้มข้นไปตามอำนาจรับผิดชอบ ตามยศ-ตำแหน่ง
ยศน้อยก็คอยรีดไถระดับล่าง และ อม ของกลางเท่าที่มีส่วนร่วมในการจับกุม จับการพนันเล็กๆน้อยๆก็ได้อมเศษเงินเล็กน้อยตามฐานะ ถ้าได้ร่วมกันจับผู้ต้องหารายใหญ่เช่นบ่อนใหญ่และสินค้าหนีภาษี หรือสิ่งผิดกฎหมายมีค่ามากก็จะแบ่งปันกัน อม ของกลางไปตามฐานะ ตั้งแต่ลูกแถวจนถึงหัวหน้าใหญ่ ไล่ไปตั้งแต่สิ่งของเครื่องใช้ กางเกงใน ไฟแช็ก ตุ้มหู นาฬิกา แก้วแหวน เงินทอง จนถึงการ อม ของกลางระดับนานาชาติ เช่นเพชรซาอุฯ ที่สร้างภาพอัปลักษณ์ให้คนทั้งประเทศได้อับอายขายขี้หน้านานารยประเทศ และเป็นเหตุให้ประเทศผู้เสียหายหมายหัวมองประเทศไทย และคนไทยอย่างไม่ไว้วางใจ นำไปสู่การกีดกันด้านต่างๆ กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเสื่อมทรามลง นั่นเพราะฝีมือคนชั่วในคราบตำรวจหลายระดับชั้น
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อสีเดียวกันทำชั่ว ผู้มีอำนาจเลวบางรายแทนที่จะมีจิตสำนึก กลับกลัวเสียภาพพจน์กรมตำรวจ พยายามปกป้องพวกเดียวกัน แทนการตั้งใจสืบสวนสอบสวนทำคดีอย่างตรงไปตรงมาเพื่อล้างอาย กลายเป็นตำนานอัปยศที่ลือลั่นประจานไปทั่วโลก ในขณะที่ตำรวจชั่วบางคนยังลอยนวลแม้บางรายจะตายโหงตายห่าไปบ้างแล้วก็ตาม แต่วีรเวรนั้นยังจารึกในหน้าประวัติศาสตร์แห่งความชั่วของตำรวจไทย
ไม่ใช่ความชั่วของตำรวจส่วนใหญ่
เพราะ 99.99% เป็นตำรวจดี แต่รอยราคีที่ทับถมกันมาช้านานได้กลายตำนานบาปที่คนทั้งประเทศต่างเข็ดขยาดหวาดกลัว
พฤติกรรมชั่วของตำรวจประการต่อมา คือการหวังความดีความชอบจนลืมจิตสำนึกของความเป็นคนและหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย
นั่นคือพฤติกรรมสร้างผลงานบนความทุกข์ ความเดือดร้อนแสนสาหัสของผู้บริสุทธิ์ที่อ่อนแอไม่มีปัญญาจะสู้รบตบมือ
การยัดข้อหาให้ผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับโทษทัณฑ์ ทั้งที่เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ก็เป็นความชั่วที่สุจริตชนผู้อ่อนแอต่างขนหัวลุก
คนไทยคุ้นกับพฤติกรรมทรมานรีดให้รับสารภาพหลังการยัดข้อหาอย่างหน้าด้านๆ ด้วยจิตใจโหดหิน
ความชั่วร้ายประการนี้รวมทั้งการ อุ้ม เพื่อรีดและยัดข้อหา ตลอดจนการอุ้มไปฆ่าปิดปาก
ขอยกตัวอย่างใกล้ๆขณะที่ข่าวร้ายยังสดๆร้อนๆ คือกรณีอุ้มทนายสมชาย
ทนายสมชายที่คนทั้งหลายต่างรับรู้ว่า เขาคือผู้ที่มีคุณแก่พี่น้องไทยมุสลิมจำนวนมาก เป็นที่ยอมรับทั้งในแวดวงวิชาชีพ และสังคมมุสลิม ได้รับความไว้วางใจให้เป็นประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม
ว่ากันว่าสาเหตุที่แท้จริงของการถูก อุ้ม เพราะทนายสมชายไปรู้เท่าทันพฤติกรรมเลวในการซ้อมทารุณผู้ต้องหา ให้รับสารภาพ เพื่อปิดคดีสร้างผลงานให้ตำรวจชั่วบางกลุ่ม
ความจริงเรื่องการอุ้มใช่ว่าจะเป็นพฤติกรรมต่ำทรามควรประณามไปเสียทั้งหมด หากจะให้ความเป็นธรรมกับตำรวจดีๆ ส่วนใหญ่ซึ่งทนไม่ได้กับพฤติกรรม เศษคน ที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ตลอดจนพวกชั่วช้าบาปหนาในเครือข่าย ทรชน รวมถึงโจรใส่สูทปล้นชาติ
ทนเห็นความเดือดร้อนจากฝีมือคนชั่วพวกนั้นไม่ได้จึงจำใจต้องทำผิดกฎหมายยอมบาป อุ้ม พวกชั่วชาตินั้นไปเผาทั้งเป็นหรือป่นกระดูกคลุกข้าวให้หมากิน แม้จะผิด แต่คิดว่าคนไทยครึ่งค่อนประเทศคงพอรับได้กับการตายโหงของคนชั่ว เพราะทำให้ขยะสังคมลดน้อยเบาบางลง
แต่ไม่ใช่ด้วยเจตนาเดียวกันกับตำรวจเลวที่ชอบอุ้มผู้บริสุทธิ์ไปทรมาน ให้สารภาพตามข้อหาที่เศษตำรวจพวกนั้นยัดเยียดความอยุติธรรมให้
และอุ้มไปฆ่าปิดปากตัดตอนการเปิดโปงพฤติกรรมชั่วของตำรวจที่ก่อกรรมไว้กับผู้ต้องหาที่จับมาได้
ธรรมดาของผู้ต้องหาตามเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหา ถือว่ายังบริสุทธิ์ตราบที่ยังไม่มีการพิสูจน์จนศาลพิพากษาถึงที่สุด
ชั่วดีถี่ห่าง เขาย่อมมีสิทธิ์ต่อสู้ทางคดีเพื่อให้รอดพ้นข้อกล่าวหา
ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาต่างต้องพิสูจน์กันด้วยหลักฐานพยานให้ศาลเชื่อจนสิ้นสงสัย ไม่ใช่ใช้วิธีทรมานแบบทารุณ เสมือนไม่ใช่การกระทำของมนุษย์ด้วยกัน ตามวิธีเถื่อนถ่อยของตำรวจชั่วบางรายที่ชอบทำกัน
ไม่มีปัญญาหาพยานหลักฐานก็ต้องยกประโยชน์ให้จำเลยตามที่กฎหมายเปิดช่องให้
ถ้าเป็นตำรวจดี มีความมุ่งมั่นจะรักษากฎหมายและกล้าทำความชั่วฝ่าฝืนกฎหมายได้ครั้งคราวก็ควรเลือกทำผิดที่มันเกิดประโยชน์แก่สังคม
เช่นเมื่อไอ้เวรนั้นมันรอดพ้นตามคำพิพากษา เพราะตำรวจไม่มีน้ำยาหาหลักฐานพยานมาแสดงต่อศาลได้ ก็เลือกทำผิดด้วยการตามไปอุ้มไอ้ชั่วกลุ่มนั้นไปเผาทิ้งให้สาสมกับความชั่วของพวกมัน แม้ตำรวจดีจะทำผิดบ้าง แต่สร้างสรรค์สังคมด้วยการลดปริมาณคนชั่วก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศคงพอให้อภัยทำใจยอมรับได้
กรณีอุ้มทนายสมชายส่อเจตนาจะตัดตอนความชั่วของตำรวจเองอย่างชัดแจ้ง ประกอบกับตำรวจชั่วที่มีส่วนพัวพันต่างรู้ดีว่าหากขาดหลักฐานพยานแล้ว ต่อให้พวกตัวจะตกเป็นผู้ต้องหา แต่สุดท้ายก็ต้องถูกปล่อยลอยนวล จึงไม่ลังเลที่จะทำผิดเพื่อปกปิดพฤติกรรมเลวของตัวและพรรคพวก วัดดวงดีกว่าอยู่รอให้เขามาแฉความชั่วให้ถูกออกจากตำแหน่งหน้าที่ตกงาน
การตัดสินใจอุ้มฆ่าตัดตอน จึงเป็นทางเลือกเพื่อเอาตัวรอด ด้วยการโยนบาปแก่ผู้บริสุทธิ์ที่ต้องมาตายโดยปราศจากความผิดผลักภาระความทุกข์โศกเศร้าสะเทือนใจแก่ครอบครัวของผู้เคราะห์ร้ายอย่างโหดอำมหิตผิดมนุษย์ ทั้งที่ตัวเองแต่งเครื่องแบบในชุดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ กลับพิฆาตสันติสุขของประชาชน
จริงอยู่ คน ที่เข้ามาเป็นตำรวจ หรือ คน ในทุกสาขาอาชีพย่อมมีทั้งดีและเลวคละกันไป
ไม่มีสังคมใดดีล้วนหรือเลวบริสุทธิ์
เป็นเช่นนั้นทุกสาขาอาชีพแม้กระทั่งวงการ พระ ที่ชาวบ้านถือว่า เนื้อนาบุญ
ลึกลงไปในก้นบึ้งของหัวใจ จิตสำนึก ของความเป็นคนน่าจะพอหลงเหลืออยู่บ้าง
แต่พฤติกรรมของตำรวจเลวทีมอุ้มทนายสมชายกลับสวนทางความเป็นคนอย่างสิ้นเชิง
การกระทำที่แสดงว่าไม่น่าจะใช่วิธีการของคนมันน่าจะเป็นผีห่าซาตานหรือเดรัจฉานพันธุ์อำมหิตมากกว่า
นั่นคือการเผาศพในถังน้ำมัน 200 ลิตร จนไหม้เกรียมไม่เหลือเป็นชิ้น แล้วนำกระดูกไปป่นละเอียดก่อนนำไปลอยน้ำ เพื่อไม่ให้เหลือเศษส่วนไว้เป็นหลักฐาน
ไม่ใช่ผีห่าซาตานหรือเดรัจฉานพันธุ์โหด ก็ต้องถูกวิญญาณชั่วอำมหิตสิงใจ มันจึงทำได้ถึงเพียงนั้น
เราจะไม่ปรักปรำใคร แต่แน่ใจว่า คนที่ทำกรรมชั่วได้หน้าตาเฉยเช่นนั้น ไม่ว่าจะชั้นยศระดับใด ใครอยู่เบื้องหลังเหล่ามันต้องจิตใจชั่วช้าอำมหิตผิดมนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย
ที่ทำลงไปได้ขนาดนั้น เกิดจากความชั่วช้าในกมลสันดาน เพียงเพื่อต้องการเอาตัวรอดจากความชั่วที่ทำไว้ก่อนหน้านี้
เป็นวิธีการที่เคยตัวของตำรวจชั่วพันธุ์เดียว และเพียงไม่กี่นายที่สืบทอดเจตนารมณ์ชั่วจนเป็นมรดกบาปติดต่อกันมาหลายชั่วคนหวังเพียงสิ่งที่ตนต้องการคือผลงานและเพื่อให้พ้นผิด
มีใจสักนิด คงพอคิดย้อนกลับไปหาตัวเองได้ว่า ถ้าใครมาทำเช่นนี้กับพ่อแม่ลูกเมียมัน มันก็คงเจ็บปวดจากการสูญเสียไม่ยิ่งหย่อนกว่าครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย
เพราะมีปืนและกฎหมายอยู่ในมือนั่นไง จึงทำสิ่งชั่วและผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าคนธรรมดา งามหน้าผู้บังคับบัญชาระดับสูงประเภทตาบอดสีงี่เง่า
จากวันนี้ถึงอนาคตอันยาวไกลคำถาม ใครอุ้มทนายสมชาย คงเป็นปริศนาดำมืดตลอดไป
บางคนคงสงสัยเมื่อได้ทราบพฤติกรรมโหดแห่งการกระทำและไม่แน่ใจว่า เป็นฝีมือตำรวจเลวยุคสันต์ หรือซาตานจากนรกกันแน่
เมื่อตำรวจเป็นโจรชั่วร้าย ประชาชนไทยคงต้องนอนผวา
หวังพึ่งตำรวจดีที่มีอยู่ 99.99% ภาวนาอย่าให้มีตำรวจชั่วเพิ่มขึ้น. |