หน้า 33 หากข้าพเจ้า 23-93
ระดมคนปราบคอร์รัปชั่น รวมพลคนมาด่าทักษิณ อาจจะกล่าวได้ว่า นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญของปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างออกหน้าออกตา โดยพยายามให้รัฐบาลทุกสมัย แสดงความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบการทำงานได้
ในเวที ปาฐกถา 72 ปี อานันท์ ปันยารชุน จึงกลายเป็นสังเวียนถล่มรัฐบาลไปโดยปริยาย ทั้งนักการเมืองซีกฝ่ายค้าน บุคคลชั้นนำของสังคม และกลุ่ม คนรู้ทัน ดาหน้าออกมาเคลื่อนไหว เปิดโปงการคอร์รัปชั่น ซึ่งพิจารณาดูก็รู้ว่า งานนี้ระดมพลมาปู้ยี่ปู้ยำรัฐบาลเป็นการเฉพาะกิจ
1 เทอม 4 ปี ของรัฐบาล มีทั้งคนที่พึงพอใจและไม่พึงพอใจในผลงาน ซึ่งรายนามของทีมฝ่ายค้านในสภาฯและนอกสภาฯ ระดับขาประจำก็มี
นายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิเมืองไทยใสสะอาด, นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม, นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ส.ว.กทม., ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณทีดีอาร์ไอ, น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ชื่อดัง ฯลฯ โดยมี นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานบริหารเครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป เข้าร่วมวงด้วย
ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เจาะลึกและศึกษาวิจัยปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศไทย ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน...หยุดก่อนประเทศไทย พร้อมสรุปได้อย่างน่าฟังว่า...
ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในภาวะธุรกิจการเมืองหรือธนกิจการเมือง มีการดำเนินการของนักธุรกิจสำคัญของประเทศเข้ามาอยู่ในการเมือง จนเกิดการทับซ้อนของผลประโยชน์ มีความโน้มเอียงในการนำตำแหน่งสาธารณะไปหาผลประโยชน์ หรือดำเนินธุรกิจในรูปแบบบริษัท เพราะไม่มีกฎหมายบังคับไว้ ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างหลายกรณี เช่น การที่นายกฯมีหุ้นหรือบุคคลใกล้ชิด มีหุ้นอยู่ในธนาคารหรือบริษัท รวมทั้งมีรัฐมนตรีบางคน ตั้งบริษัทซื้อขายที่ดินในการก่อสร้างสนามบินแห่งหนึ่ง
ต้องถือว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลแรกของไทยที่มีนักธุรกิจหลายระดับประกอบเป็นรัฐบาล ปัญหาการทับซ้อนของผลประโยชน์ในปัจจุบันก็ไม่ธรรมดาเหมือนสมัยก่อน เพราะประชาชนเริ่มเห็นการกระจุกตัวของอำนาจและประชาธิปไตย ที่มีอยู่ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง รัฐบาลทำอะไรเหนือกฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งต่อไปจะเป็นปัญหากับเศรษฐกิจไทย เพราะรัฐบาลจะต้องเป็นตัวแทนนายทุนกลุ่มหนึ่ง
หลังการปาฐกถาครั้งนี้ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ได้ตั้งคำถาม 3 ข้อ คือ
1.การคอร์รัปชั่นตั้งแต่ในอดีตจนปัจจุบัน รัฐบาลใดมีการคอร์รัปชั่นมากที่สุด ???
2.รัฐบาลทหารเผด็จการในอดีตกับรัฐบาลพลเรือนปัจจุบัน รัฐบาลใดมีผลประโยชน์ทับซ้อนมากกว่ากัน ???
3.การดำเนินนโยบายเอฟทีเอและนโยบายเอสเอ็มแอล โดยไม่ผ่านรัฐสภาถือเป็นกระบวนการที่ถูกต้องหรือไม่ ???
โดยไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจาก ผู้กล้า แต่ประการใด
แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ จะแสดงปาฐกถาหัวข้อ สิ่งที่ค้างคาใจนายกฯ โต้ตอบกลับไปบ้าง แต่เวที อานันท์ ปันยารชุน ก็ทำให้เกิด สิ่งที่ค้างคาใจนายกฯ เพิ่มขึ้นอีกมากโข
เรื่องเหล่านี้หากข้าพเจ้าเป็นใหญ่ในแผ่นดินจะแก้ไขให้สิ้นมิมีเหลือ |