หน้า 22 เศรษฐกิจ 1
ไต้หวันร้องไทยเคลียร์อุปสรรคสานการลงทุน
มาตรการโกยเงินเข้าประเทศโดยการจูงใจ ให้นักลงทุนต่างชาติหันมาประกอบธุรกิจในไทย กลายเป็นนโยบายหลักสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการหลายราย ซึ่งนักลงทุนสัญชาติเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เปรียบได้กับชิ้นปลามันที่หลายฝ่ายจ้องคว้าพุงเพรียวๆมากิน
แต่ละองค์กรต่างเร่งเดินเกมเชิงรุก สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมลงทุน (บีโอไอ) และถือเป็นการดีที่กลุ่มประเทศเป้าหมาย ต่างให้ความสนใจเข้ามาร่วมทำการค้ากับไทยถ้วนหน้า
นอกจาก 3 ประเทศดังกล่าวแล้ว นักลงทุนไต้หวันเป็นอีกหนึ่งกลุ่ม ที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น จากคำกล่าวของ นายประพัฒน์ โพธิวรคุณ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ที่เปิดเผยหลังนำทัพนักธุรกิจไทยพบปะนักลงทุนไต้หวัน ภายใต้กรอบความร่วมมือ ด้านการค้าการลงทุน
ประธาน สอท. เผยว่า นักลงทุนไต้หวันยังสนใจเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นถึงศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตและส่งออกในอนาคต ซึ่งเหตุผลหลักของการเดินทางมาครั้งนี้ ก็เพื่อดูลู่ทางลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งอุตสาหกรรมเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งการร่วมลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม
ทั้งนี้นักลงทุนไต้หวันต้องการให้ สอท.นำประเด็นปัญหาที่เป็นอุปสรรคในการลงทุนของต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจากไต้หวัน เสนอให้รัฐบาลไทยเร่งแก้ไข เพื่ออำนวยความสะดวกและจูงใจนักลงทุนมากขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
กลุ่มผู้ลงทุนต้องการรับทราบข้อมูลกฎหมายลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่มีการปรับหรือเปลี่ยนแปลงในด้านการให้สิทธิประโยชน์ลงทุนใหม่ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน ให้ความรู้ และประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ การส่งข้อมูลผ่านเว็บไซต์ต่างๆ เป็นต้น
นอกจากนี้ไทยจะต้องขยายจุดให้บริการลงทุนแบบครบวงจรให้มากขึ้น แก้ไขข้อปฏิบัติทางด้านศุลกากร และพัฒนาระบบสาธารณูปโภค รวมทั้งสนับสนุนด้านวัตถุดิบการผลิตอย่างเพียงพอ เนื่องจากไต้หวันสนใจที่จะลงทุนในอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม มากกว่าการนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อประกอบแล้วส่งออก ขณะที่ปัจจุบันไทยก็มีวัตถุดิบเพียงพอในการผลิตอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปอยู่แล้ว
ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ นักลงทุนไต้หวันร้องขอให้รัฐผ่อนปรนระยะเวลาพักอาศัยของครอบครัว รวมถึงนักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในไทยให้มีระยะเวลามากขึ้น และส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนในสถาบันการศึกษาของไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรรองรับกับการย้ายฐานการลงทุนของไต้หวันด้วย
ประเด็นปัญหาอุปสรรคของนักลงทุนไต้หวันนั้น สอท.ได้รับทราบและรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เสนอต่อรัฐบาลเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดีต่อไป
ปัจจุบันไต้หวันมีการลงทุนในไทยมากเป็นอันดับ 3 ของการลงทุนทั้งหมด รองจากญี่ปุ่นและยุโรป โดยมูลค่าลงทุน 11 เดือนแรกปีงบประมาณ 2547 มีการยื่นขอส่งเสริมลงทุน 55 โครงการ มูลค่า 9,330 ล้านบาท (ปี 2546 ยื่น 53 โครงการ มูลค่าลงทุน 4,457 ล้านบาท) |