Transparent Political and Social Analysis
 
Latest News
สำนักกฎหมายพญาครุฑ (13) PDF Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Written by Administrator   
ะกั–ั‡ 02 2005 ั€., 19:05

หน้า 9 สำนักกฎหมายพญาครุฑ เล่ม 23-93


สำนักกฎหมายพญาครุฑ (13)

 

          ทนายเป็นพิษ… เป็นคำพูดที่ลูกความนำเรื่องมาเล่าให้ผมฟังเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาบอกกับผม… เรื่องมีอยู่ว่าลูกความคนนี้ได้ว่าจ้างทนายความคนหนึ่งจากคำแนะนำของคนที่นับถือกัน จึงมีความไว้เนื้อเชื่อใจ เพราะคนที่แนะนำมานั้นเป็นผู้ใหญ่ที่นับถือ จึงไม่ได้ระวังเนื้อระวังตัวเมื่อมาติดต่อกับทนายความ เพราะมีความเชื่อว่าผู้ใหญ่แนะนำมาต้องเป็นคนดี ได้ว่าจ้างให้ว่าความเรียกเงินค่าที่ดินที่ยังคั่งค้างอยู่กับคู่กรณีเป็นจำนวนหนึ่งล้านบาท

            ทนายความเรียกค่าว่าความและเงินวางศาลรวมแปดหมื่นบาท ซึ่งเงินวางศาลคดีที่มีทุนทรัพย์ล้านละสองหมื่นห้าพันบาท เท่ากับว่าทนายได้ค่าว่าความเป็นเงินหกหมื่นห้าพันบาท… เรียกว่าคดีนี้ได้ค่าจ้างว่าความไม่น้อยเลย… แล้วลูกความก็ไม่ได้ต่อรองอะไร เพราะเชื่อว่าผู้ใหญ่แนะนำมา เกรงใจผู้ใหญ่ด้วยขอเพียงว่าทำคดีให้เสร็จเรียบร้อยก็แล้วกัน

            ฟังลูกความเล่าแล้วก็เห็นว่าค่าว่าความหกหมื่นห้าพันบาท ไม่น้อยเลยสำหรับเรื่องอย่างนี้ เพราะไม่ได้สลับซับซ้อนอะไร และต้องขอชมทนายความว่ากล้าเรียกค่าว่าความใช้ได้ทีเดียว… พูดถึงตรงนี้ขอบอกว่าทนายความเก่งไม่เก่งอยู่ที่การเรียกค่าว่าความนี่แหละ เพราะเรื่องราวว่าความแต่ละคนไม่ได้หนีกันมากนัก ที่จริงแล้วทนายความเป็นเพียงช่วยทำให้การดำเนินการทางศาลเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายเท่านั้น… แต่ลูกความส่วนใหญ่ชอบทนายที่ดุเดือดเลือดพล่านก้าวร้าวนิดหน่อยอะไรอย่างนั้น… ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน

            มาคุยเรื่องทนายเป็นพิษต่อ…หลังจากทนายความรับเรื่องไปแล้วคงเห็นว่าฟ้องเรียกเงินค่าที่ดินอย่างนี้อย่างไรก็ต้องชนะ ก็เอาสัญญาจ้างว่าความมาให้ลูกความเซ็นว่าถ้าชนะคดีจะขอส่วนแบ่งอีกสิบเปอร์เซ็นต์… เมื่อเรื่องคดีความไปถึงศาลๆก็ไกล่เกลี่ยสำเร็จโดยที่คู่กรณียอมชำระเงินหนึ่งล้านบาทให้ แต่ขอจ่ายงวดแรกห้าแสนบาท และที่เหลือจะผ่อนชำระ… ทนายความก็มาขอส่วนแบ่งสิบเปอร์เซ็นต์ลูกความก็บอกว่าไหนบอกว่าเรียกแปดหมื่นเท่านั้นไม่ใช่หรือ… ทนายก็บอกว่านี่ไงสัญญาจ้างว่าความบอกว่าถ้าชนะคดีต้องจ่ายอีกสิบเปอร์เซ็นต์จากทุนทรัพย์

            เรื่องก็เลยตกลงกันไม่ได้วิ่งโล่มาปรึกษาผม

            พอดีทนายความรู้จักมักคุ้นกันสอบถามดู ได้ความอย่างที่เล่ามานั้นแหละทนายเป็นพิษอย่างที่ลูกความว่า… เงินวางศาลสองหมื่นห้าที่จริงแล้วเป็นเงินของลูกความต้องคืนให้ลูกความเมื่อเสร็จคดี แต่ทนายก็บอกว่าตอนเรียกค่าใช้จ่ายเรียกค่าใช้จ่ายเหมาแปดหมื่นรวมเงินวางศาลด้วย เมื่อศาลคืนจึงเป็นของทนาย… นี่แหละครับทนาย เรื่องที่ควรจะอธิบายให้กับลูกความว่าการฟ้องคดีที่มีทุนทรัพย์จะต้องเสียเงินค่าวางศาลร้อยละ 2.5 บาท… เมื่อคดีที่มีทุนทรัพย์หนึ่งล้านบาท เงินวางศาลสองหมื่นห้าพันบาท ลูกความต้องเป็นคนจ่าย และเมื่อคดีเสร็จสิ้นก็จะได้เงินส่วนนี้คืนทนายไม่ยอมบอกเพราะมีเจตนาจะอมเงินส่วนนี้เมื่อคดีเสร็จ ซึ่งโดยทั่วไปลูกความจะไม่ค่อยทวงถามเรื่องเงินวางศาล… อย่างนี้มันเจตนาไม่สุจริต หากลูกความร้องเรียนที่สภาทนายก็จะเสียคู่เสียคน เพราะไม่ได้มีข้อสัญญาบอกไว้ว่าค่าวางศาลเป็นของทนาย การจะอ้างว่าเรียกคดีเหมา และเมื่อคดีเสร็จจะเอาเงินค่าวางศาลของลูกความอีกอย่างนี้มันไม่ถูก… ทนายความมีเล่เหลี่ยมอย่างนี้ก็เงินความพอดีไปไม่ควรเอาความรู้กฎหมายที่เหนือกว่าเอาเปรียบลูกความ

            นี่แหละครับประชาชนทั่วไปจึงเบื่อหน่ายกับทนายความประเภทนี้ มิหนำซ้ำยังเรียกเปอร์เซ็นต์อีกสิบเปอร์เซ็นต์ เมื่อเห็นว่าจะชนะคดีก็เอาสัญญามาให้เซ็นแต่ตอนที่ตกลงกันครั้งแรกไม่พูด เพราะกลัวว่าลูกความจะไม่จ้างว่าความเมื่อคดีไปถึงศาลแล้วเอาสัญญามาให้เซ็น อย่างนี้ต้องร้องสภาทนายความให้เข็ด… มีที่ไหนคดีมีทุนทรัพย์เพียงหนึ่งล้านต้องเสียค่าทนายถึงหนึ่งแสนหกหมื่นบาท มันมากไปหน่อยนะพ่อทนาย… จริงแล้วเรื่องค่าว่าความจะสูงจะต่ำไม่ใช่เรื่องสำคัญ หรือมีหลักเกณฑ์ตายตัว มันเป็นเรื่องของความพอใจกันทั้งสองฝ่าย แต่ไม่ใช่ว่าใช้เล่เหลี่ยมเพื่อหาช่องทางเหมือนเสือหิว ได้โอกาสไม่ว่าสัตว์ใหญ่สัตว์เล็กตะครุบหมดไม่เลือกอย่างนี้คงไม่ถูกนัก อย่างน้อยควรที่จะมีมาตรฐานมีความรับผิดชอบพอสมควรการเอาเปรียบลูกความไม่น่าทำ

            ที่เขียนมานี่ไม่ใช่ว่าตำหนิพวกเดียวกันเอง แต่ได้ยินได้ฟังข้อเท็จจริงแล้วถือว่าแย่น่าเป็นห่วงสังคม ถ้ามีทนายความอย่างนี้มากๆ สังคมก็แย่… แทนที่จะช่วยให้เกิดความชอบธรรมในสังคม กลับทำความไม่ชอบธรรมเสียเอง

            แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง ลูกความจำนวนไม่น้อยก็เขี้ยวว่าคดีเสร็จแล้วไม่ให้ค่าใช้จ่าย… ก่อนว่าความอะไรก็ได้อย่างไรก็เอาไม่เกี่ยงขอให้ว่าความให้ก็แล้วกันสัญญาทุกอย่างจะให้นั่นให้นี่ จะแบ่งนั่นแบ่งนี่ให้ถ้าชนะคดีแต่พอคดีชนะแล้วกินแห้วเพราะไม่มีสัญญา… ลูกความอย่างนี้ก็มีไม่น้อย

            สำหรับเรื่องอย่างที่ลูกความมาเล่าให้ฟัง นับว่าทนายความมีเจตนาที่ไม่ดีนักเริ่มตั้งแต่เรื่องเงินวางศาลควรบอกความจริงแก่ลูกความ ไม่ใช่ปิดบังอำพรางเพื่อประโยชน์ของตัวเองที่จะมารับเงินค่าวางศาลเอง แล้วควรจะต้องพูดกันให้ชัดเจนว่าเงินวางศาลเมื่อเสร็จคดีแล้วเป็นของใคร ไม่ใช่อ้างว่าเรียกเหมาควรจะแยกค่าว่าความค่าวางศาล และเมื่อได้รับคืนควรคืนให้ลูกความ ถ้าอมของลูกความแล้วลูกความร้องสภาทนายความจะเจ็บเปล่านี่เรื่องหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งเรื่องสิบเปอร์เซ็นต์ก็ควรที่จะตกลงกันก่อนที่จะลงมือทำคดี ไม่ใช่ทำคดีไปแล้วเอาสัญญาจ้างว่าความมาให้ลูกความเซ็นอย่างนี้มันพฤติกรรมโจร…

            คนเราในแต่ละอาชีพมีจรรยาบรรณของตน ทนายความก็มีจรรยาบรรณของทนายความ… ผู้หลักผู้ใหญ่แนะนำคดีมาให้ก็อย่าให้เสียชื่อผู้หลักผู้ใหญ่แล้วก็อย่าเอาชื่อผู้ใหญ่ไปอ้างเรียกเงินเรียกทอง…

            ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ… ผมเขียนเรื่องนี้มาเพื่อจะบอกกับท่านผู้อ่านที่ไม่ได้เป็นนักกฎหมายว่า การที่จะจ้างทนายความคนใดว่าความทำคดีก็ดูให้ดีดูให้รอบคอบ เพราะทนายความมีหลายรูปแบบไม่ใช่ดีทุกคนแล้วก็ไม่ใช่เลวหมดทุกคนมีทั้งทนายความที่ดีและทนายความที่ไม่ดีปะปนกัน… อย่างน้อยวันนี้ท่านคงได้ทราบว่าค่าวางศาลต้องเสียเท่าใดและใครควรได้รับคืน และถ้ามีปัญหากับทนายความร้องเรียนได้ที่สภาทนายความ เพื่อช่วยขจัดให้ทนายความนอกรีตนอกรอยให้เหลือน้อยลงครับ… ขอให้โชคดีไม่มีคดีความนะครับ

 

<Previous
 
up
หน้าแรก | News | พระราชดำรัส | ที่นี่พญาครุฑ | ยืนข้างความถูกต้อง | คิดไทย เขียนไทย | หมาเฝ้าบ้าน | เศรษฐกิจ | รายงาน | ภาษาของเรา | ศิลปวัฒนธรรม | รักเธอประเทศไทย | สำนักงานกฎหมาย | ตาต่อตา | ยำตำรวจ | ภูธรนครบาล | โฟกัสประเทศไทย | ตอบจดหมาย | สารคดีพิเศษ | ฮ.นิกฮูกี้ | เวทีทรรศน์ | วิพากษ์การเมือง | คนจริง… แผ่นดินไทย | เปิดกรุพระดี | แฟ้มโปลิศ | ยำรวมมิตร | หากข้าพเจ้าเป็นใหญ่ในแผ่นดิน | กลอน | สมุนไพร | คราบคน | รวมเว็บน่าสนใจ | ติดต่อเรา |
up
   
HOME CONTACTS LINKS