หน้า 24 เปิดกรุพระดี เล่ม 23-4
คุณธรรมของชาวพุทธ ในยุคข่าวสารข้อมูล
ต่อไปก็เลยตอบคำถามที่ต่อเนื่องกันกับเรื่องปาฏิหาริย์ 3 คือ
พระอริยะกับผู้วิเศษต่างกันอย่างไร
ถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้ได้ เราก็จะอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันได้ดีขึ้น เพราะว่าประชาชนในปัจจุบันนี้สับสนมาก มักจะเอาความเป็นผู้วิเศษกับความเป็นอริยะนี่เป็นอันเดียวกันเสีย ถ้าอย่างนี้แล้วหลักพระศาสนาก็จะสับสนแล้วก็เสื่อมไปด้วย ผู้วิเศษคืออะไร เรามักจะเรียกคนมีฤทธิ์นั่นเองว่าเป็นผู้วิเศษ อย่างโยคีฤาษีดาบสก่อนพุทธกาล ก่อนพระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นก็มีฤาษีดาบสเกิดขึ้นเยอะ อยู่ในป่า ได้ฌานสมาบัติ ได้โลกียอภิญญามีฤทธิ์มีปาฏิหาริย์ หูทิพย์ตาทิพย์อะไรต่างๆ เหล่านี้ เราเรียกกันได้ว่าเป็นผู้วิเศษ ก็มีฤทธิ์นั่นเอง
ลองมาดูความหมายของพระอริยะว่าคืออะไร ?
พระอริยะ คือท่านผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ประเสริฐเพราะไกลจากกิเลส ไกลจากกิเลสก็คือว่ากำจัดความโลภ โกรธ หลง ให้ลดน้อยเบาบางลง กิเลสน้อยลงไปๆ จนกระทั่งเป็นอริยะสูงคือเป็นพระอรหันต์ ก็หมดกิเลสทั้ง 3 อย่างคือโลภะ โทสะ โมหะ ไม่มีเลยก็เป็นผู้บริสุทธิ์ ประเสริฐสูงสุด
อย่างนี้แยกได้หรือยัง ?
ผู้วิเศษไม่จำเป็นต้องเป็นอริยะ
อาจจะมีฤทธิ์มีความสามารถก็อย่างโยคีก่อนพุทธกาลแหละก็ไม่ได้เป็นอริยะกันเลย พระพุทธเจ้าก็เข้าไปเรียนไปศึกษาในสำนักของพวกโยคี ไปสำนักของอาราฬดาบสก็ได้ฌานสมาบัติถึงขั้นอรูปฌานขั้นอากินจัญญายตนะสมาบัติ เห็นว่าน้อยไปไม่จบก็เข้าสำนักอุทกดาบสรามบุตร ก็ได้สมาบัติขั้นสูงสุดเป็นอรูปฌาน เนวสัญญานาสัญญายตนะ จบความรู้ที่มีของพวกนักพรตนักบวชสมัยนั้น พระองค์ก็เห็นว่าไม่ใช่ทางที่ถูกต้องจึงได้ละออกไปแล้วก็ไปแสวงหาหนทางของพระองค์เอง ได้บำเพ็ญตามมัชฌิมาปฏิปทา จนกระทั่งได้ตรัสรู้ อันนี้พระองค์ก็ทรงชี้ให้เห็นว่าทางที่มาสู่ความเป็นผู้วิเศษมีฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง คือมันไม่ช่วยให้หมดกิเลส
สิ่งที่สำคัญก็คือการมีปัญญารู้แจ้งสัจธรรม รู้สภาวะรู้เท่าทันความจริงของสังขารโลกและชีวิต ทำจิตใจให้เป็นอิสระได้ หมดทุกข์ได้ หมดกิเลสได้ อันนี้จะเป็นวิถีทางของพระอริยะแต่ก็มีพระอริยะบางองค์หรือหลายองค์ พระอรหันต์หลายองค์ท่านได้ฤทธิ์ได้ฌานได้สมาบัติด้วย
ถ้าท่านได้ฤทธิ์ได้ฌานได้สมาบัติ อภิญญาพวกโลกีย์หูทิพย์ตาทิพย์ได้ด้วยก็เป็นความรู้พิเศษ คุณสมบัติพิเศษของท่านเป็นความสามารถพิเศษที่นำมาใช้ประโยชน์ในการประกาศพระศาสนาด้วย อาตมาเทียบว่าเหมือนเทคโนโลยี เทคโนโลยีก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ถ้าใช้เป็น
ถ้าอยู่กับคนชั่วใช้ไม่ดีก็มีโทษ เอาไปฆ่าไปฟันคนหรือเอาไปทำร้ายก่อเหตุที่ทำให้เกิดความพินาศแก่สังคมมนุษย์ได้เช่นอาจจะทำลูกระเบิดก็ได้ เทคโนโลยีถ้าคนชั่วใช้ก็เป็นโทษถ้าคนดีใช้ก็กลับเป็นประโยชน์ เช่น คอมพิวตอร์ ถ้าใช้ในทางสร้างสรรค์ก็เป็นประโยชน์ได้เยอะ ก็เป็นความสามารถพิเศษสำคัญที่ว่าใช้อย่างไร ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าจะเป็นคนดีหรือคนชั่ว
พวกฤทธิ์พวกความวิเศษนี้ก็เหมือนกัน ถ้าไปอยู่กับคนชั่วก็ใช้ในทางร้ายเอาไปหาลาภสักการะเพื่อตนเอง เอาไปทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่นเอาไปหลอกลวงประชาชน
ถ้าเป็นคนดี ท่านก็เอามาใช้ในการทำงานพระศาสนาเรื่องนี้ดีชั่วจึงอยู่ที่ผู้ใช้และเจตนาที่ใช้
(อ่านต่อฉบับหน้า) |